ขั้วการเมืองไม่นิ่ง เรื่องจริงตามกติกาบิดเบี้ยว คือ ไม่มีฝ่ายใดกำชัยเด็ดขาด
ปีกพันธมิตร 8 พรรค รวมเสียงได้ อย่างที่คนนับเลขเป็นไม่สงสัย ข้างมากแน่นอน พกความชอบธรรมทางการเมืองตามหลักประชาธิปไตยมาเต็มเปี่ยม แต่ไม่พอตั้งรัฐบาล
ส.ว.ไม่เล่นด้วย ปฏิเสธ 8 พรรค โดยการนำก้าวไกล
ทำให้อีกฟาก 188 เสียง ดี๊ด๊า ได้ลุ้นพลิกกลับมาเป็นรัฐบาล เนื่องจาก ส.ว.ซึ่งมีจำนวน 249 ท่าน ไม่ตั้งเงื่อนไขโหวตให้
โจทย์รัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ว่าเป็นปัญหา ถ้าจะเอาเสียอย่าง ก็แก้ไม่ยาก
แปลงร่างเป็นเสียงข้างมาก ได้หลายสูตร เพราะขั้วไม่นิ่ง 8 พรรคก็ไม่นิ่ง ยักย้ายถ่ายเทได้หมด แม้แต่พรรคแกนนำเองก็รู้ชะตาไปต่อลำบาก ยากยิ่ง
‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ส่งสัญญาณถอย สลับมือเพื่อไทย รับไม้นำต่อ
แต่มีเงื่อนไข ขอโอกาส พุธ 19 กรกฎาฯ อีกซักครั้ง
แต่ถอยเท่านี้ ในความเห็น ของฝ่ายพันธมิตรร่วมเอ็มโอยู ไม่พอ บางพรรคเสนอ เสียสละ ดีดตัวไปเป็นฝ่ายค้าน ตามสคริปต์การเขียนบท กดดันจากทุกทิศทาง ไม่ว่าขั้วเดียวกัน ต่างขั้ว และ ส.ว. ตัวแปร
ชั่วโมงนี้ อยู่ที่ก้าวไกล จะตัดสินใจอย่างไร
อยู่ที่ 8 พรรค และโดยเฉพาะสองพรรค อันดับหนึ่งและสอง จะพูดคุย ตกลงกันอย่างไร
ทางข้างหน้าเห็นอยู่แล้วว่า จะเกิดอะไรขึ้น
ส.ว.ตีรวน เล็งยกข้อบังคับ ห้ามเสนอชื่อซ้ำ จ้องตีตก ‘พิธา’ ไม่ให้มีที่อยู่ที่ยืน และแม้ว่า ฝ่าด่านนี้ได้ ผลโหวตก็เปิดถ้วยแทงได้
ออกมา ‘ไม่เห็นชอบ’ เหมือนครั้งแรกแน่นอน
เมื่อรู้ ทุกอย่างก็เป็นการบ้าน ที่ต้องทำเร็วๆ ของ 2 พรรค 8 พรรค เอาให้จบก่อนวันโหวตครั้งที่สองให้ได้
หากจบดี เปอร์เซ็นต์ที่ อีกขั้วฝ่าย ซึ่งจ้องตาเป็นมันอยู่ในขณะนี้ จะปาดหน้าก็ลดน้อยถอยลง
อย่างเก่ง ก็แค่ข้ามขั้วแจมร่วมรัฐบาล โอกาสพลิกเป็นแกนนำ คว้าเค้กนายกฯ น้อยมาก
แต่ปัญหาก็คือคำว่า จบดี
ดีแบบไหน ดีต่อใคร เรื่องมันพูดยาก อธิบายยากเหมือนกัน

