09.00 INDEX สายสัมพันธ์ ก้าวไกล เพื่อไทย ท่ามกลาง การชิง สถานะ “นำ”
ไม่เพียงแต่การยืนยันที่จะเข้าสู่สนามการโหวตรอบ 2 ในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 19 กรกฎาคม ของพรรคก้าวไกลเท่านั้นที่มากด้วย
ความแหลมคมและร้อนแรง
หากการยืนยันที่จะเดินหน้าในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ก็มากด้วยความร้อนแรงและแหลมคม
คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าความแหลมคมและร้อนแรงน่าจะมา จากการตั้งป้อมอย่างเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งจาก 250 ส.ว.อันเป็น ตัวแทนแห่ง “ระบอบ” ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นตัวแทน อย่างเด่นชัด
แต่เมื่อพิจารณาจากภาพแห่งความเป็นจริงของการอภิปรายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ในที่ประชุมรัฐสภาก็เห็นว่ายังมีองค์ประกอบในเชิงบริบทแวดล้อมมากกว่านั้น
จึงมิได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายพลันที่พรรคก้าวไกลรุก ไปอีกก้าวใหญ่ด้วยการเปิดแนวรบว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตะกอนอันเคยนอนก้นก็เริ่มเผยแสดง
จำเป็นต้องพิจารณา “ท่าที” จากพรรคเพื่อไทย จำเป็นต้องประเมิน “แนวโน้ม” ที่จะตามมาในอนาคตอันใกล้
นั่นก็คือ ลักษณะ “ข้าวต้มมัด” ของ “MOU”
ท่าทีของพรรคเพื่อไทยแสดงออกอย่างเด่นชัดว่าค่อนข้างไม่เห็น ด้วยกับการยืนยันของพรรคก้าวไกลที่จะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เข้าชิงนายกรัฐมนตรีรอบ 2
ทั้งยังเรียกร้องต่อที่ประชุม 8 พรรคพันธมิตรว่าจำเป็นต้องมี ท่าทีก่อนวันที่ 19 กรกฎาคม
นี่คือ ด่านแรกที่พรรคก้าวไกลจักต้องฝ่าฟัน
ขณะเดียวกัน มีความแจ่มชัดจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่าจะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย ไม่ว่าจะเป็น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
ไม่เห็นด้วยและมองไม่เห็นความเป็นไปได้ที่พรรคก้าวไกลยืน กรานในเรื่องการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 อันเท่ากับเป็นการชี้อนาคตของข้อเสนอนี้อย่างเด่นชัด
นี่คือรอยร้าวที่กำลังเริ่ม “ขยาย” และอาจกลายเป็น “ปม”
การประชุมรัฐสภาในวันที่ 19 กรกฎาคม จึงเป็น “จุดตัด” อย่างร้อน แรงและมากด้วยความแหลมคม ที่จะพิสูจน์สัมพันธ์ระหว่างพรรค ก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย
จะยังรักษารากฐานอันดำรงอยู่ในแบบ “ข้าวต้มมัด”
หรือว่ามีความจำเป็นต้องทบทวน หรือว่ามีความจำเป็นต้องให้พรรคเพื่อไทยสำแดงและดำรงอยู่ในความเป็น “ผู้นำ” อย่างแท้จริง แทนที่จะยังเป็นพรรคก้าวไกล
คำถามอยู่ที่ว่า “กรอบ” แห่งการตกลงจะยังคงเป็น “ข้าวต้มมัด” อยู่หรือว่าจะ “พัฒนา” ไปเป็น “อื่น”

