‘ภูมิธรรม’ แนะ ‘ก้าวไกล’ ทิ้ง ม.272 สู้โหวตนายกฯ หวั่นรอ ส.ว.หมดวาระ อาจเจอรัฐประหาร ชี้ อนาคตประเทศอยู่ในมือ ก.ก. จี้อย่าเอาวาระการเมืองตั้ง ยึดประชาชนเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งในรายการ คุยข่าวนอกจอ ว่า ตนไม่ได้อยากออกมาพูดตามรายการต่างๆ เพราะโดยมารยาทเราต้องคุยกัน 2 พรรค แต่ผลสรุปวันศุกร์ที่ผ่านมาเรายังเห็นต่างกัน ทั้งเขาและเรา โดยวันนั้นเขาเห็นว่าต้องคุยเรื่อง ม.272 ซึ่งตนบอกว่า ม.272 เราเห็นด้วยอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกกาลเวลา เวลานี้ไม่ใช่พูด ม.272 แต่เวลานี้คือทำอย่างไรจะตั้งรัฐบาลให้ได้ และต้องเคลียร์ก้าวไกลจะได้ไปต่อหรือไม่ ถ้าไม่ได้จะเปลี่ยนตัวหรือไม่ ซึ่งเปลี่ยนตัวก็ไม่ใช่ว่าจะได้ ดังนั้น ต้องมาคิดหาทางว่าทำยังไงถึงจะได้ ซึ่งการคุยวันนั้น ไม่มีข้อสรุป ก็ให้ต่างฝ่ายต่างไปหารือในพรรค หลังจากนั้นค่อยไปหารืออีกที
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ในวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็ได้ถามว่า พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีแนวทางอย่างไร ซึ่งทางพรรค ก.ก.อยากเสนอชื่ออีกครั้ง ซึ่งตนบอกว่าต้องตอบให้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะได้เสียง ส.ว. ประมาณ 13 เสียง ขณะโหวตครั้งแรกเราให้หมดใจ เพราะก่อนที่จะโหวตครั้งแรก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. บอกว่าได้เสียง ส.ว.มา 100 เสียง ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ก.ก. บอกว่าได้เสียง ส.ว. เกินมาแล้ว และถามนายพิธา ก็มั่นใจ เชื่อว่าไปได้
“ซึ่งเราถามตลอดว่าทำได้แค่ไหนแล้ว ต้องช่วยอะไรหรือไม่ เมื่อพรรค ก.ก.ตอบออกมาว่าทำได้ เราต้องเชื่อมั่น เมื่อผลออกมามีเสียง ส.ว. 13 เสียง และถ้าวันนั้นรวมแล้วได้เสียง 350-370 ผมว่าคุยกันได้ ว่าเหลือประมาณ 10-20 เสียงจะทำอย่างไรดี แต่ในเมื่อได้เสียง ส.ว.แค่ 13 เหลืออีก 51 มันยาก ดังนั้น เราให้เกียรติพรรคแกนนำ ดังนั้น ต้องมาคุยกันว่าจะทำอย่างไร ซึ่งเราก็คิดต่าง ต้องกลับไปคุยกับพรรคตนเองว่าจะมีทางออกร่วมกันอย่างไร” นายภูมิธรรมกล่าว
นายสรยุทธถามว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาถามพรรค ก.ก.ว่าอย่างไรที่จะได้เสียง ส.ว.อีก 51 เสียง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนแรกตนบอกว่า ม.272 ตนไม่เห็นด้วย คือ เห็นด้วยในหลักการ จะทำคู่ขนานก็ได้ แต่ไม่ใช่วาระที่จะเอาเปลี่ยน และถามว่าถ้าจะเสนอ นายพิธา และปัญหาต่อจากนี้ ส.ว.จะเสนอว่าเป็นญัตติ หรือไม่เป็นญัตติ ถ้าเป็นญัตติตีตกเลย เสนอซ้ำไม่ได้ แต่ถ้าไม่เป็นญัตติ ก็เสนอคุณพิธาได้เลย พรรค พท.จะยกให้ทั้ง 141 เสียง แต่ต้องตอบเราว่าหาอย่างไรให้ได้เสียง 376 ไม่ใช่แบบเดิมที่มาบอกว่าได้แน่นอน 100 เสียง แต่ต้องบอกว่าได้เท่าไหร่ ใครบ้าง
ที่ผ่านมาทั้ง 8 พรรคก็ถามเสมอว่า ได้เสียงใครบ้าง ก็ไม่เคยตอบ ซึ่งทางพรรค พท.คอยบอกว่าได้เสียง ส.ว.เป็นใครบ้าง ซึ่งเราไม่รู้ว่าชื่อซ้ำหรือไม่ ดังนั้น การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ พรรค พท.ยืนยัน โหวตให้ไม่มีปัญหา แต่ต้องมาบอกก่อนวันที่ 19 กรกฎาคมว่า ได้เสียง ส.ว.เป็นใคร อย่างไร และทำอย่างไรจะได้ 376 เสียง ไม่ใช่เสนอไปเรื่อยๆ ถ้ายังได้เสียงเท่าเดิม เพิ่มขึ้นไม่มาก มันต้องจบแล้ว แต่ถ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็มาคุยกันต่อว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้สร้างความสำเร็จในการโหวตครั้งที่ 3 แต่ถ้าได้เสียงเพิ่มไม่เยอะ คือ ต้องคิดหาทางออกอื่นว่าจะทำอย่างไร
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทั้งนี้ตนไม่อยากพูดเรื่องนี้ก่อน เพราะจะกลายเป็นว่าตนอยากจะแย่งชิง ตนไม่อยากให้ประเด็นมันเปลี่ยน แต่ต้องคุยให้ชัดว่าจะเอาอย่างไร
นายสรยุทธถามว่า แล้ววันที่ 15 กรกฎาคม ได้คุยกับพรรค ก.ก.หรือไม่ว่ามีแนวโน้มว่าจะได้เสียงใกล้เคียง 376 เสียง นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรค ก.ก.รู้สึกว่ามันยากลำบาก เพราะ ส.ว.ถูกกดดันเยอะ ซึ่งตนบอกไปว่า คุยกับ ส.ว.ต้องได้ความมั่นใจ ไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบนี้ ซึ่งในวันนั้น จบการคุยกันแค่นั้น และต่างคนต่างไปคุยกับพรรคตนเอง เพื่อที่จะเอาข้อสรุปมาคุยกันต่อในวันนี้
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า แต่ในวันที่ 16 กรกฎาคม นายพิธาออกคลิปแถลง กลายเป็นประเด็นใหม่ ไม่ใช่ประเด็นที่ตกลงกันใน 8 พรรค แต่กลับกลายว่า 8 พรรคเห็นร่วมกันใน 2 สมรภูมิ ซึ่งประเด็นที่ตนติดใจคือสมรภูมิที่ 2 เป็นวาระของพรรค ก.ก. และนายพิธา ซึ่งอาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และสิ่งที่นายพิธา เสนอเรื่อง ม.272 ถือว่าอยู่นอก MOU ไม่เคยคุยเรื่องนี้มาก่อน
นายภูมิธรรมกล่าว ซึ่งผมถามต่อสื่อเลยว่า สมรภูมิที่ 1 ไม่มีปัญหา แต่ไม่ใช่ไปได้เรื่อยๆ ต้องมีกรอบระยะเวลา ถ้าไปเรื่อยๆ ไม่มีกรอบเวลา รับสภาพนี้ไม่ได้ ถ้าจะไปถึงสุดทางพฤษภาคมปีหน้า (ส.ว.หมดวาระ) ประเทศรอแบบนั้นไม่ได้ ต้องเอาวาระประชาชน และวาระประเทศเป็นที่ตั้ง เพราะเราจะต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาดับเบิลเอลนิโญ ไม่ใช่เอาวาระก้าวไกล วาระการเมือง และวาระนายพิธา เป็นที่ตั้ง
“ที่ผมพูดเรื่อง ม.272 ผมไม่ได้ขัดแย้ง ม.272 อย่างที่กำลังเข้าใจและโจมตีผม เรื่อง แก้ ม.272 ผมเห็นด้วย และได้เสนอเรื่องนี้ไป 6 ครั้ง พรรค พท.เสนอไป 2 ครั้ง แต่ตอนที่พรรค พท.เสนอ ม.272 พรรค ก.ก. คราวนั้นงดออกเสียง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไร ในการตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ถ้าไม่ได้ แล้วมีการเสนอตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราหมดโอกาส และประเทศจะมีปัญหา อันนี้ไม่ได้
และวันนี้ผมก็จะถามพรรค ก.ก.เพื่อขอคำตอบเช่นกันว่า ที่ทำสิ่งนี้โดยที่ไม่ตกลงกับ 8 พรรคก่อน คืออะไร แล้ว ม.272 เป็นสิ่งที่นอกเหนือ MOU และเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญมากกว่า MOU หรือ?” นายภูมิธรรมกล่าว
ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า จะไม่ร่วมสู้สมรภูมิที่ 2 เรื่องแก้ ม.272 แต่ให้โอกาสสมรภูมิแรก คือ โหวตนายกฯ วันพุธนี้ ถ้าเสียงไม่ถึง 350 ต้องยอมถอย ให้พรรค พท.เสนอนายกฯ เพราะไม่อยากให้เอาความเชื่อเป็นความจริง ตนอยากเอาความจริง และทำความจริงชนะความฝัน เป็นความเชื่อใหม่ที่ถูกต้อง และหากพรรค ก.ก.เอาแต่วาระตัวเอง ประเทศไปไม่ได้
ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ว่า พรรค ก.ก.ยังไม่ชัดเจนว่าวันที่ 19 กรกฎาคมนี้จะได้เสียงเท่าไหร่ แล้วเปลี่ยนเป็นของพรรค พท.เลย ได้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรค ก.ก.ต้องตอบ
“ผมบอกไปแล้ว ที่เขาไปบอกว่า อนาคตของพรรค ก.ก. อยู่ในมือประชาชน ไม่ใช่ อนาคตของประเทศอยู่ในมือพรรค ก.ก. และนายพิธา ถ้าตัดสินใจถูกเอาวาระของประชาชนเป็นที่ตั้ง ประเทศมีทางออก แต่ถ้าตัดสินใจผิด อย่าเอาวาระทางการเมืองเป็นที่ตั้ง”
นายสรยุทธ ในความเห็นส่วนตัวส่วนแคนดิเดตนายกฯ 3 คน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, นายเศรษฐา ทวีสิน และ นายชัยเกษม นิติสิริ ใครเหมาะสมที่สุด นายภูมิธรรมกล่าวว่า มีศักยภาพทั้ง 3 คน ถ้าพูดตอนนี้หมายความว่าพรรค พท. เตรียมทุกอย่างแล้ว ไม่อยากโดนทัวร์ลง
นายสรยุทธกล่าวว่า ถ้าพรรค พท.เสนอแคนดิเดตของตนแล้ว ได้เสียงไม่ผ่าน เพราะต้องให้ พรรค ก.ก.เป็นฝ่ายค้าน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องถามที่ประชุมบริหารพรรค และหารือกับพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคด้วย เพราะถ้าเรามีท่าเยอะ ประชาชนจะสับสนว่าเราคิดอะไรอยู่ ทัวร์จะมา ดังนั้นการเมืองวันนี้เราต้องช็อตบายช็อต
“การกระทำของพรรค ก.ก. และนายพิธา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม แสดงจุดยืนเพิ่มประเด็นใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ยากลำบาก และเห็นชัดว่ามันไม่มีผลสำเร็จทางการเมืองในขณะนี้ เป็นวาระที่ไม่ควรจะเอาเข้ามาในขณะนี้ วาระขณะนี้ที่สำคัญที่สุด คือจะจัดการอย่างไร ที่จะให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคใดพรรคหนึ่งได้ที่มีแคนดิเดตได้เป็นรัฐบาล นี่สำคัญที่สุด การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน เกิดวาระแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา จำต้องมีการคิดและดำเนินการป้องกัน แต่สิ่งที่พรรค ก.ก.ทำให้ความรู้สึกผมก็คือ ไม่ได้สนใจจะหาทางป้องกันแก้ไข แต่สนใจวาระทางการเมืองที่อยากจะทำให้เห้นว่า ส.ว.เป็นอุปสรรค
ซึ่งในความเห็นผม ไม่ต้องทำ คนรู้อยู่แล้วว่าอุปสรรคอยู่ที่ไหน ผมยังอยากเห็นความร่วมมือกันให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ประชาชนคาดหวัง ดังนั้น หันกลับมาทิ้ง ม.272 ไปและมาดูว่าเราจะช่วยกันทำให้เกิดประโยชน์อย่างไร จะเปลี่ยนคนอย่างไร จะหาเสียงอย่างไรเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ได้เสียงมากกว่านายพิธา ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนคนที่ 2 คนที่ 3 คนที่ 4 ไปเรื่อยๆ
สู้จนกระทั่งหมด และประกาศเลยว่าตั้งไม่ได้อย่างสง่างาม เปิดโอกาสให้คนอื่น แต่ถ้าไม่สนใจวาระประชาชน วาระประเทศ ทำไปเรื่อยๆ จน ส.ว.หมด ผมว่าจะมีโรคแทรกซ้อน เป็นเหตุผลที่อำนาจพิเศษใช้เป็นข้ออ้าง เช่น รัฐประหาร ไปสู่ก๊อกสองเลือกคนนอก หรือเข้ามาจัดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” นายภูมิธรรมกล่าว

