หน้าแรก การเมือง ธนกร หยัน ก้า...

ธนกร หยัน ก้าวไกล ‘ไม่ได้เป็นนายกฯก็ใช่ว่าจะเป็นจะตาย’ แนะ อย่าเสียเวลาเสนอชื่อโหวตซ้ำ

17.07.23 | 12:39 น.

ธนกร หยัน ก้าวไกล ‘ไม่ได้เป็นนายกฯก็ใช่ว่าจะเป็นจะตาย’ แนะ อย่าเสียเวลาเสนอชื่อโหวตซ้ำ


เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า ฝ่ายเสียงข้างน้อยจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเพื่อแข่งกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ได้ยินกระแสข่าวนี้ ซึ่งหลายพรรคก็ยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่เสนอ คิดว่าประเด็นนี้ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ส.ว.ยกข้อบังคับการประชุมที่ 41 ว่าไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ เพราะเป็นการเสนอญัตติซ้ำ นายธนกรกล่าวว่า ตนยืนยันตั้งแต่ต้นว่าการเสนอชื่อนายกฯ ควรเสนอแค่ครั้งเดียว เพราะทุกพรรคการเมือง หรือ ส.ส.และ ส.ว.ทราบวิสัยทัศน์ของนายพิธาแล้ว ซึ่งครั้งแรกโหวตไม่ผ่านและเสียงขาดหายไปเยอะมาก ดังนั้นจึงควรเสนอแค่ครั้งเดียว และเปิดโอกาสให้พรรคอันดับ 2 หรือ 3 ในการเสนอชื่อนายกฯต่อไป เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเสนอไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้เสียเวลาสภา ส่วนการที่ ส.ว.ออกมาระบุว่าญัตติเสนอซ้ำไม่ได้นั้น ตรงนี้เป็นข้อกฎหมาย ซึ่งต้องไปดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่า การเปิดทางให้พรรคอันดับ 2 จะต้องมีการยกเลิกเอ็มโอยูของ 8 พรรคหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ตนไม่อยากไปก้าวล่วง แต่คิดว่า ส.ส.ทุกพรรค ไม่ว่าพรรคที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็ทราบข้อมูลในเชิงลึกอยู่แล้ว ถ้ายังมีพรรค ก.ก.ร่วมอยู่ในรัฐบาล ส.ว.ก็ไม่โหวตให้อยู่แล้ว และควรเลิกอ้าง 14 ล้านเสียงได้แล้ว ตนเชื่อว่าใน 14 ล้านเสียง มีเป็นล้านๆ คนที่ไม่อยากให้มีการแก้มาตรา 112 ดังนั้นพรรค ก.ก.รู้อยู่แล้วว่าเป็นนายกฯไม่ได้เพราะอะไร และเมื่อพรรคก้าวไกลไม่ถอย ฝั่งอื่นก็คงไม่ถอยเช่นเดียวกัน

Advertisement

เมื่อถามอีกว่า หากมีการล้มเอ็มโอยูของ 8 พรรค พรรค รทสช.จะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องคุยกันในพรรค ตนมองว่าสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนเงื่อนไขไปเยอะ เพราะหลายพรรคพูดจากันได้มากขึ้น และพรรคร่วมรัฐบาลเก่าก็คุยกันตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการคุยและติดตามสถานการณ์บ้านเมืองตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าช่วงเวลาไหนที่ฝั่งรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อนายกฯลงแข่ง นายธนกรกล่าวว่า ถ้าพรรคอันดับ 1 และ 2 ไม่ได้ ก็เป็นความชอบธรรมของพรรคอันดับ 3 คือพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ส่วนตัวคิดว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ก็เป็นนายกฯได้

เมื่อถามยํ้าว่า หากวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ยังไม่ได้นายกฯ และมีการโหวตอีกครั้ง ก็ถือว่าถึงเวลาแล้วใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า คิดว่าไม่ควรใช้เวลานานเกินไป อย่าหลอกตัวเองดีกว่า ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการเมืองจะเดินไปในทิศทางไหน การเดินเกมในลักษณะ 2 ขา ที่ฝั่งหนึ่งไปขอเสียง ส.ว. ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งมีมวลชนไปบูลลี่ ล่าแม่มด หรืออะไรต่างๆ มีการปลุกม็อบลงถนน คิดว่าเป็นเรื่องไม่ควร เราน่าจะเข้าใจระบบการเมือง ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ตนมองว่าที่ผ่านมาพรรค ก.ก.ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลได้ดี จึงเชื่อว่าหากทำหน้าที่ฝ่ายค้าน รอบหน้าพรรค ก.ก.ก็อาจจะได้คะแนนมากกว่าเดิมก็ได้

“ในเมื่อท่านเป็นนายกฯไม่ได้ ก็ปล่อยให้การเมืองเดินของมันไป อย่าไปปลุกกระแสมวลชนลงถนน วันนี้บ้านเมืองมีความสงบ หลายอย่างกำลังดีขึ้น สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้วางรากฐานไว้ ดังนั้นคิดว่าควรจะค่อยๆ พูดจากัน และรักษาความสงบของประเทศไว้ดีกว่า” นายธนกรกล่าว

เมื่อถามว่า การล่าแม่มดจะทำให้ ส.ว.กลัว หรือมาโหวตให้ นายธนกรกล่าวว่า คิดว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ได้กลัว และวันนี้กฎหมายแรง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทำให้หลายคนติดคุก และมีการฟ้องร้องกัน หรือไปขอโทษกันทีหลังมากมาย เวลาถูกดำเนินคดีก็ไม่มีใครไปช่วย จึงอยากฝากว่า ฝ่ายตัวเองก็ไม่อยากให้มีมวลชน หรือไปเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย คนไทยด้วยกันควรจะพูดจากันดีกว่า การเมืองก็ว่ากันไป แต่ประเทศต้องมีนายกฯ ตนไม่อยากให้ใช้เวลานาน เพราะภาคเอกชนและนักธุรกิจต่างๆ อยากให้มีรัฐบาลเร็วๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. ออกมาระบุว่า ขั้วรัฐบาลเดิมมีการซื้องูเห่า นายธนกรกล่าวว่า ไม่มีหรอก ลูกไม้เดิมๆ ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเขาทำแบบนี้แล้ว การที่จะดึง 70 เสียงจาก ส.ส.ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องนี้ไม่ควรมีแล้ว เป็นการพูดเพื่อดิสเครดิตอีกฝ่าย

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯจากพรรค พท. นายธนกรกล่าวว่า การเสนอเป็นไปตามกลไกของสภา ซึ่งทำได้ แต่ถ้ายังมีพรรค ก.ก.ร่วมรัฐบาลอยู่ ก็เป็นเงื่อนไขสำคัญ เพราะต้องการแก้มาตรา 112 ดังนั้นจึงเป็นเงื่อนไขพิเศษที่ผ่านยาก ทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว เรื่องนี้ต้องปรับ

“ส่วนตัวคิดว่านายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ไม่ทราบว่ากลไกของพรรคถูกปกคลุมด้วยอะไร เท่านั้นเอง” นายธนกรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พรรค ก.ก.จะเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว ส่วนพรรคที่เหลือจับมือกันหมด นายธนกรกล่าวว่า เป็นไปได้หมด เรารู้อยู่แล้วว่าเงื่อนไขอยู่ตรงไหน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกอย่างก็จบ ตอนนี้อาจต้องใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรจะใช้เวลามากเกินไป เพราะประชาชนรอนายกฯคนใหม่อยู่

เมื่อถามว่า คิดว่าประชาชนจะเข้าใจหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนเข้าใจ ถ้านักการเมืองพยายามที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ วันนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะ ทุกคนรู้หมดว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไปในทิศทางไหน แต่ระบบที่ใช้โซเชียลมีเดียหรือเอไอ ไปสร้างความเกลียดชังในสังคม เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำแล้ว ถ้าพรรคอันดับ 1 ไม่ได้ ก็ควรจะเป็นพรรคอันดับ 2 และอันดับ 3 ต่อไป ซึ่งทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายอนุทิน ก็สามารถเป็นนายกฯได้

“ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นจะตาย เป็นฝ่ายค้านก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ผมเองก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน วันนี้เรายังเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่พรุ่งนี้ไม่ได้เป็น หรือจะเป็นยังไงก็ตามก็ถือเป็นเรื่องปกติ ชีวิตเราสามารถทำอะไรให้กับประชาชนและประเทศมากมาย อย่าไปยึดติดกับมันมาก” นายธนกรกล่าว