ภายในความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยมากด้วยความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
ดูเหมือน “แข็งแกร่ง” แต่ดำรงอยู่อย่าง “เปราะบาง”
แข็งแกร่งเพราะว่าดำรงอยู่ภายใต้เกราะกำบังแห่งจิตวิญญาณ “ประชาธิปไตย” ที่ต้องภัยจาก “เผด็จการ” อย่างต่อเนื่อง
จากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ถึงรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ยิ่งผ่านกระแสคุกคาม กดบีบ ทำลายจากการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 และจากการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 ยิ่งกระชับแน่น
กระชับแน่นภายใต้ “บันทึกช่วยจำ” หรือ “MOU”
ขณะเดียวกัน ภายใต้กรอบแห่ง MOU นั้นเองเท่ากับเป็น “เงาสะท้อน” แห่งความเปราะบางของ “ความสัมพันธ์” อันละเอียดอ่อน
เนื่องจาก “ปัจจัย” แห่ง “การต่อสู้” ที่มิอาจหลีกเลี่ยง
ไม่จำเป็นต้องให้คนจากพรรครวมไทยสร้างชาติมาจำแนกแยกแยะ ไม่จำเป็นต้องให้คนจากพรรคพลังประชารัฐมาสังเคราะห์ เป็นบทสรุป
“ภูมิใจไทย” ก็รู้ “ประชาธิปัตย์” ก็มองเห็น
เห็นอย่างเด่นชัดว่า ภายในลักษณะ “ร่วม” ก็ปรากฏความ “ต่าง” ภายในความเป็น “พันธมิตร” ก็ปรากฏ “การต่อสู้”
รูปธรรมก่อนลงนาม MOU เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม
รูปธรรมก่อนการเลือก “ประธานสภา” รูปธรรมจากแต่ละจังหวะก้าวในการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็น “นายกรัฐมนตรี”
141 เสียงของพรรคเพื่อไทยยัง “มั่นคง” ไม่มี “บิดเบี้ยว”
กระนั้น ตลอดสองรายทางภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมก็ปรากฏ “ริ้วรอย” และ “ร่องรอย” อย่างเด่นชัด
ยิ่งเป็นรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ยิ่งแจ่มแจ้ง แดงแจ๋
คําประกาศจากพรรคก้าวไกล แสดงความพร้อมที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะถอยจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” จึงสำคัญ
เหมือนกับ “ก้าวไกล” จะสุกงอมและ “ยอมรับ”
แต่ภายในความยอมรับของพรรคก้าวไกลก็ปรากฏ “เงื่อนไข” และ “เงื่อนไข” นั้นเองที่ทำให้ “ความขัดแย้ง” เผยแสดงออกมาอย่างรวดเร็ว
ยิ่ง “สะท้อน” ยิ่งทำให้เห็น “ตัวตน” ของแต่ละฝ่าย
อ่านผ่าน “น้ำเสียง” ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อ่าน “ความเห็น” ของ นายภูมิธรรม เวชยชัย สัมผัสได้ใน “ความหงุดหงิด”
ขีดเส้น “ความต่าง” กำหนด “ระยะ” ที่ห่างออกไป
ขณะเดียวกัน หากติดตามท่าทีของพรรคก้าวไกล กลับยิ่งเน้นสายสัมพันธ์และความผูกพันต่อกันและกัน
ต้องการความใกล้ชิด เรียกร้องความอบอุ่น
คําถามย่อมมาจากความต้องการสร้าง “จุดต่าง” จากพรรคเพื่อไทย คำถามย่อมมาจากความต้องการ “กระชับ” จากพรรคก้าวไกล
นี่ย่อมเป็น “ท่าที” ที่สวนทางกันระหว่าง “มิตร”
บนพื้นฐานอย่างที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกมาโยนหินถามทางในประเด็นที่ในที่สุดแล้วพรรคก้าวไกลอาจต้อง “เสียสละ”
ทั้งๆ ที่เป็น “ความเสียสละ” อัน “อันตราย” อย่างยิ่ง

