พิธา แจงต่อสายพูดคุยประเด็นการเมืองกับแกนนำขั้ว รบ.เดิม มองตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้ ไร้กังวลปมหุ้นสื่อ ยกคนละกรณีกับ ‘ธนาธร’ ยัน 112 แค่ข้ออ้างปิดบังสารพัดเรื่อง
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ที่อาคารไทยซัมมิท นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของการหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ในการโหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯว่า หลังจากวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยกับ ส.ว. โดยมีทั้งคนที่ไม่ได้มาร่วมโหวตออกเสียงในวันนั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะโหวตสนับสนุน
เมื่อถามว่า นายพิธาได้ต่อสายตรงคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ข้อเท็จจริงและท่าทีเป็นอย่างไร นายพิธากล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่หารือถึงประเด็นทางการเมืองกับเพื่อน ส.ส.และ ส.ว. ในสภา หรืออยากจะหาข้อมูลก็จะมีการพูดคุยกัน ไม่มีการเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งที่มีกระแสข่าวออกมาว่า คุยกับทุกพรรค ยกเว้นพรรคลุง ได้มีโอกาสพูดคุยว่าสถานการณ์นี้มีความคิดเห็นอย่างไร เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ไม่มีการโทรไปขอคะแนนเสียง ยืนยันเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนทางการเมือง ไม่มีการพูดถึงเรื่องการขอเสียงสนับสนุน เป็นเรื่องปกติที่มีการคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรค ไม่ใช่มาเริ่มพูดคุยสัปดาห์นี้
ส่วนที่มีรายงานข่าวว่า นายพิธาโทรไปเพื่อขอคะแนนเสียงนั้น นายพิธากล่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด เป็นแค่การหารือประเด็นการเมือง
เมื่อถามว่า มีความต้องการเสียงสนับสนุนจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นมติของ 8 พรรค
เมื่อถามว่า การโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 หากตัวเลขไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญก็จะมีการวางมือให้พรรคอันดับ 2 ส่วนตัวเลขที่มีนัยยะสำคัญจะเป็นตัวเลขเท่าไหร่ นายพิธากล่าวว่า คิดว่าถ้าให้เหมาะสมต้องเพิ่มขึ้นเป็น 344-345 เสียง ก็น่าจะเป็นตามลักษณะนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะกั๊กไว้ว่าเป็นนัยยะสำคัญที่ไม่ได้คิดตัวเลขไว้ในใจ ก็จะเป็นตัวเลขที่ไม่ฝืนสายตาประชาชน ส่วนการโหวตนายกฯ รอบ 2 ที่จะมีการเสนอชื่อนายกฯแข่ง มีการประเมินเรื่องนี้อย่างไรนั้น จากที่ได้ฟังสัมภาษณ์จากพรรคเสียงข้างน้อย ทุกคนพูดว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรค รทสช. จากที่เห็นในสื่อก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ส่วนเสียงที่จะได้เพิ่มมาในการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 จะเป็นทั้งจาก ส.ว.และ ส.ส. ก็ต้องรอดูด้วยกัน ก็ยังทำงานในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้ทิ้งไปและยังสู้อยู่
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แข่งนายกฯ สามารถรวมเสียงได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ต้องฝากนักข่าวไปถาม พล.อ.ประวิตร ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการเรียก ส.ส.ไปพูดคุยเพื่อซื้องูเห่านั้น ทางฝั่งของพรรค ก.ก.ได้ติดตามและคอยเช็กตลอด มั่นใจว่าทุกคนได้รับบทเรียนของการเป็นงูเห่า ยืนยันว่าพรรค ก.ก.ไม่มี และคิดว่าทางพรรค พท.ก็จะเป็นแบบนั้นเช่นกัน
เมื่อถามถึงกรณีหากพรรค ก.ก.ยอมถอยเรื่องแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้พรรคอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมายกมือโหวตให้ นายพิธากล่าวว่า ในมุมของตน สิ่งที่ตนคิดว่ามาตรา 112 เป็นข้ออ้างที่อยู่ข้างหน้า แต่ว่าข้างหลังก็คงมีหลายเรื่อง ตามที่สื่อมวลชนวิเคราะห์ในหลายรายการ ก็เห็นตรงกันว่า จริงๆ แล้วมีหลายเรื่องที่จะไปมีผลกระทบต่อสัมปทานและผลประโยชน์การปฏิรูปกองทัพ กอ.รมน. ที่พรรค ก.ก. ต้องการ ที่จะให้ถ่างออกจากการเมืองให้ได้
“ซึ่งเชื่อว่า มาตรา 112 ก็เป็นเรื่องที่อ่อนไหว เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่าง คิดว่า ถ้าเรื่องนี้หายไปเรื่องอื่นก็จะมาอีกทาง เรื่องที่สำคัญคือตนต้องการที่จะรักษาคำพูด ก่อนหาเสียงพูดไปอย่างไร หลังหาเสียงก็ไม่ใช่ว่า ต้องการที่จะเข้าสู่อำนาจด้วยทุกวิถีทาง ถ้าเป็นเรื่องที่มีน้ำหนักจริงก็อาจจะคิด แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่มีน้ำหนักเท่ากับเรื่องต่างๆ ที่อาจจะไปกระทบต่อผลประโยชน์ของแต่ละคน”
เมื่อถามถึงการรับมืออย่างไรหากถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินกรณีหุ้นสื่อไอทีวี นายพิธากล่าวว่า ผลจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ทำให้ความเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของตนหายไป เมื่อเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจแต่อย่างใด

