‘ชาดา ’ชี้กรณีหุ้นสื่อเป็นเรื่องคนละเรื่องกับประเทศ พร้อมรับทัวร์ลง ย้ำไม่ตั้ง รบ.เสียงข้างน้อย แย้มให้โอกาส ก.ก.โหวตนายกฯครั้งแรกไปแล้ว
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีมีชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าไม่มี เราเป็นพรรคเสียงข้างน้อย ให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งไป หากอันดับ 1 ไม่ได้ก็ต้องรอพรรคอันดับ 2 ตามลำดับ พร้อมยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมอยู่แล้ว แต่ต้องถามนายอนุทิน ให้ตอบเรื่องของพรรคตนตอบไม่ได้ ขอให้มีการประชุมพรรคก่อน
เมื่อถามว่า การอภิปรายก่อนเลือกนายกรัฐมนตรีวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่ามีทัวร์ลง นายชาดากล่าวว่า ทัวร์ลงแต่ตามสื่อเท่านั้น ไม่ได้มาที่บ้าน และเรื่องนี้ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว อยากให้ไปที่บ้าน เตรียมรออยู่แล้ว ไม่ได้ท้าทาย แต่ไม่ชอบพฤติกรรมในลักษณะนี้ เป็นพฤติกรรมที่ป่าเถื่อน ไปด่าลูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไปด่าคนที่ไม่เห็นด้วย พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่พฤติกรรมการเมือง ไม่ใช่กลุ่มการเมือง เป็นกลุ่มอันธพาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรนำมาใช้ในยุคปัจจุบัน
เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลดเพดานมาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายชาดากล่าวว่า มีการพูดคุยในที่ประชุม การอภิปรายครั้งที่แล้วตนได้พูดในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคยืนยันว่าหากพรรคก้าวไกลถอยเรื่องมาตรา 112 เราพร้อมจะลงมติให้
เมื่อถามว่า หากการตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยนั้น พรรคภูมิใจไทยยังโหวตให้หรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ขอประชุมพรรคก่อน ซึ่งมีกำหนดการประชุมในวันนี้ พร้อมกล่าวว่า หากไม่มีมาตรา 112 มาเกี่ยวข้องตนไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว ซึ่งการที่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยนั้นก็หมายความว่ายังมีมาตรา 112 อยู่ ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าเราไม่ร่วมกับรัฐบาลที่เสนอแก้ไขมาตรา 112 แต่สุดท้ายแล้วต้องฟังความคิดเห็นของพรรค ซึ่งตนไม่มีอำนาจบอกอย่างนั้นได้
“เรายืนยันอย่างชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย และให้เกียรติคะแนนจากประชาชน และสิ่งที่ผมอยากบอกคือ คะแนนจากพรรคอันดับหนึ่งไม่ใช่การชนะขาด และไม่ได้ผูกขาดการเป็นนายกรัฐมนตรี คุณได้อันดับหนึ่ง มันเป็นมารยาททางการเมืองที่จะให้พรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาลก่อน แต่กฎหมายไม่ได้ระบุว่าพรรคอันดับหนึ่งต้องเป็นรัฐบาล และคนอื่นเป็นไม่ได้ เหมือนที่ด้อมส้มออกมาพูดแบบนั้น” นายชาดากล่าว
เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเรื่องญัตติซ้ำอย่างไร นายชาดากล่าวว่า ขอประชุมพรรคในวันนี้ก่อน ตนยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพราะไม่ใช่นักกฎหมาย หากไม่ตรงกันจะเป็นเรื่องไม่ดี ซึ่งทุกคนมีจุดยืนในใจอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หากชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สามารถเสนอซ้ำได้ พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มอย่างไร นายชาดากล่าวว่า ขอให้รอมติพรรค หากเป็นชื่อนายพิธาก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่า กรณีที่โซเชียลมีเดียมีการขุดกรณีถือครองหุ้นสื่อ มีความเหมือนหรือต่างกับนายพิธาอย่างไร นายชาดากล่าวว่า เป็นเรื่องคนละกรณี เป็นเรื่องคนละประเทศ ไม่ใช่เรื่องในประเทศไทย เป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ขออย่านำมาผูกกัน
เมื่อถามว่า มีคนจาก 8 พรรคติดต่อขอเสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากใคร แต่จะมีการติดต่อกับผู้ใหญ่ในพรรคหรือไม่ ตนยังไม่แน่ใจ
เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีการหาพรรคที่ 9 ที่ 10 เพิ่ม นายชาดากล่าวว่า เรายื่นโอกาสให้แล้ว เรายื่นมือไปแล้ว เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม แต่เขาไม่รับ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เราได้ยื่นให้พรรคก้าวไกลวันนั้น เราบอกว่า หากพรรคก้าวไกลไม่ยุ่งกับมาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยจะลงคะแนนให้ และพร้อมจะไม่ร่วมรัฐบาล ซึ่งข้อเสนอของเราได้จบไปตั้งแต่วันนั้น ส่วนจะมีข้อเสนอเพิ่มเติมในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้หรือไม่ ต้องรอมติพรรค เราพยายามหาทางออกให้ เราไม่ได้อภิปรายเพื่อว่าหรือด่า แต่เราให้ทางออกกับประเทศ พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะลงคะแนนให้ หากมีการยกเว้นเรื่องมาตรา 112 แต่ในที่ประชุมก็มีการย้อนว่าพูดแล้วทำ สโลแกนของพรรคภูมิใจไทย ตนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร แต่โอกาสก็คงไม่มีมาบ่อยๆ

