งานเข้าอีก 43 ส.ว.โดดสภา อดีต ส.ส.ร. บุก ป.ป.ช.กล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่
นครพนม งานเข้าอีก 43 ส.ว. เบี้ยวประชุมรัฐสภา โหวตนายกรัฐมนตรี อดีต ส.ส.ร. ปี 2550 เศวต ทินกูล บุกพบ ผอ.ป.ป.ช. กล่าวหา ส.ว.เบี้ยวประชุม ถือว่าทุจริตต่อหน้าที่ เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย ย้ำไม่เป็นด้อมส้ม หรือเครื่องมือพรรคการเมืองไหน ทำหน้าที่ฐานะประชาชนคนไทย ยันมีเจตนาขัดรัฐธรรมนูญ เบี้ยวประชุมสภา ส่อผิดกฎหมาย โทษขั้นติดคุก เตือนวันที่ 19 กรกฎาคม เบี้ยวประชุมอีกโดนแน่
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครพนม นายเศวต ทินกูล อายุ 63 ปี อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นำเอกสารหลักฐาน เข้ายื่นต่อ นายสมพจน์ แพ่งประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อกล่าวหาสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 43 คน ทุจริตต่อหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย และประชาชน
โดยระบุว่า เป็นการเจตนาจงใจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง สืบเนื่องจากวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา มีการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ปรากฏว่า สมาชิกวุฒิสภา จำนวน 43 คน ไม่เข้าร่วมประชุม โดยไม่มีเหตุอันควร และมิได้แจ้งเหตุของการขาดประชุมให้ประธานรัฐสภาทราบ ถือว่าเป็นเจตนาจงใจ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 อันเป็นกฎหมายสูงสุด จึงได้เข้ายื่นหนังสือกล่าวหา สมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 43 คน ให้ทาง ป.ป.ช.พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำการออกมายื่นหนังสือกล่าวหาดังกล่าว ไม่ได้สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่เป็นหน้าที่ของประชาชน และกระทำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประเทศชาติบ้านเมือง และความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ทั้งนี้ ทางด้านนายสมพจน์ แพ่งประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครพนม จะได้นำเสนอเรื่องดังกล่าว ต่อ ป.ป.ช.กลาง พิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เนื่องจากเป็นการกล่าวหา ข้าราชการระดับสูง เกินอำนาจหน้าที่ ของ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครพนม จึงต้องเสนอตามขั้นตอนต่อไป
ด้านนายเศวต ทินกูล อายุ 63 ปี อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เปิดเผยว่า ในการออกมายื่นหนังสือกล่าวหาสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 43 คนครั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นด้อมส้ม หรือเป็นคนของพรรคการเมืองใด และไม่ได้หวังประโยชน์ทางการเมือง แต่อยากให้สมาชิกวุฒิสภาที่จงใจไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภา สำนึกในอำนาจหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุด เนื่องจากมั่นใจว่า การกระทำดังกล่าวมีเจตนาจงใจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาผลประโยชน์ แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือ พรรคการเมืองหนึ่งการเมืองใด เพื่อให้เป็นหรือไม่เป็นนายกรัฐมนตรี โดยวิธีไม่มาประชุมหรือขาดประชุมสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่มีเหตุอันควร เป็นเหตุให้ไม่สามารถเห็นชอบผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้
นอกจากนี้ทำให้ประเทศไทยและประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับความเสียหาย โดยมิอาจมีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ตามความต้องการของประชาชน พร้อมฝากเตือนว่า ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่จะถึง ในการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภาทุกคนจะต้องเข้าร่วมประชุม และทำหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หากไม่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย เจอกันแน่ ตนจะทำหน้าที่ในฐานะประชาชน ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับทุกคน ที่ไม่เห็นความสำคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และไม่เห็นแก่ประเทศชาติ รวมถึงประชาชนเป็นสำคัญ ยืนยันหากใครกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีถึงขั้นติดคุกแน่นอน

