หน้าแรก การเมือง จตุพร แนะ พิธ...

จตุพร แนะ พิธาสละสิทธิ์ให้เศรษฐา คาด ม็อบส่อลามยากคุม สุดท้ายอีหรอบเดิม ‘ยึดอำนาจ’

18.07.23 | 19:38 น.
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “คิดให้ทัน?”
นายจตุพร กล่าวว่า การโหวตนายกฯ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ว่า คงยากและเป็นไปไม่ได้ที่จะหาเสียง ส.ว.เพิ่มอีก 52 เสียงมาเติมกับอีก 13 เสียงที่เคยได้รับจากโหวตรอบแรกจนครบ 376 เสียงผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของจำนวนสมาชิกสองสภา 750 เสียง เพราะการมุ่งมั่นกับการแก้ไข ม.112 จะเป็นอุปสรรคและไม่มีทาง ส.ว. 250 เสียงจะให้การสนับสนุน
นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าก้าวไกลไม่ยอมถอยและลดทอนการแก้ ม. 112 อาจเป็นชนวนก่อความขัดแย้งของประชาชนสองฝ่ายต้องห้ำหั่นกันอย่างไม่เข้าใจข้อเท็จจริงที่สภาเปิดประชุมลับอภิปรายความจำเป็นกับการแก้ ม.112
“จุดหักเหของสถานการณ์โหวตนายกฯ อยู่ที่การย้ายขั้วสลับข้าง ดังนั้น วันที่ 19 ก.ค.นี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ควรสละสิทธิ์แล้วหนุนนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งออกอาการความอยากเป็นนายกฯ มากขึ้นทุกขณะ ได้เป็นตัวแทนของเพื่อไทยที่อ้างถึงการไม่มุ่งเล่นการเมือง แต่เร่งแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของประชาชน
“ถ้าไม่เล่นการเมือง ต้องไม่มีใครกล้าตระบัดสัตย์ โดยมองการเมืองแค่เป็นของเล่น เป็นเรื่องไม่จริงกับคำสัญญา หากไม่เห็นด้วยกับการเล่นการเมืองจึงต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง คือ พูดอย่างไรก็ต้องมีความรับผิดชอบอย่างนั้น แม้วันนี้เหตุการณ์ยังไม่เกิด แต่เพื่อไทยออกอาการจะนำไปสู่สิ่งนี้ แล้วบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ
 การย้ายข้ามขั้ว ทอดทิ้งคำมั่นสัญญาจะทำให้พลังต่อต้านจากกองเชียร์ก้าวไกลจุดติดแล้วกลายเป็นไฟลามทุ่งจนยากจะควบคุมสถานการณ์ได้ ดังนั้น พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่พูดและสัญญาไว้กับประชาชนเพื่อสกัดการชุมนุมจะนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่จนลุกลามผสมผสานการเผชิญหน้ากับปัญหาแก้ ม.112
เพื่อไทยต้องมีหน้าที่ดึงฟืนออกจากไฟไม่ให้ลามทุ่ง ด้วยการรักษาสัจจะวาจาที่เคยให้ไว้ว่า ไม่จับมือกับฝ่ายสืบทอดอำนาจ เพื่อยุติความขัดแย้งที่ส่อจะเผชิญหน้ากัน” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า บ้านเมืองต้องมีรัฐบาล แต่ต้องเป็นรัฐบาลที่มีความชอบธรรมและสามารถปกครองได้จริง หากเพื่อไทยยอมข้ามขั้วเพื่อแลกกับการได้รัฐบาลเร็ว อาจเกิดปัญหาว่า จะบริหารประเทศได้จริงหรือไม่ เมื่อประชาชนเดือดดาลกับการเสียรู้พรรคการเมืองแล้วออกมาชุมนุมเต็มบ้านเต็มเมือง
นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มในวันที่ 19 ก.ค. นี้ การโหวตหนุนนายพิธา เป็นนายกฯ รอบใหม่ พร้อมกับศาล รธน.มีประชุมพิจารณาคุณสมบัติต้องห้ามสมัคร ส.ส. สิ่งนี้ล้วนบ่งบอกถึงอนาคตการเมืองของเพื่อไทยกับก้าวไกลที่รอคอยการเลิกลาจากกัน แล้วเกิดการย้ายขั้วตั้งรัฐบาลมาแก้ปัญหาวาระประชาชน นำไปสู่ประชาชนไม่พอใจ
“ดังนั้น พรรคเพื่อไทยอ้างถึงการรีบไปเป็นรัฐบาล แม้จะเป็นได้จริง แต่ไม่มีความชอบธรรม จะอยู่ไม่ได้ ปกครองไม่ได้ ประชาชนจะชุมนุมบนถนนลุกลามไปทั่วเมือง เมื่อมีคนตาย คนเจ็บ แล้วจะจบแบบเดิม คือ ทหารเข้าแทรกแซงยึดอำนาจอีก” นายจตุพรกกล่าว