สื่อนอกเกาะติดศาล รธน.รับวินิจฉัย ‘ปมหุ้นสื่อ’ สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.-โหวตนายกฯ ยังไม่แน่นอน
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศ ยังคงเกาะติดสถานการณ์การเมืองเข้มข้นในประเทศไทย ทั้งการประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ที่มีการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
และวันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ รับวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา ปมถือหุ้นสื่อ และสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เอเอฟพี รวมถึงซีเอ็นเอ็น และเว็บสื่อนอกอื่นๆ ต่างรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยปมหุ้นสื่อของนายพิธา และสั่งให้นายพิธาหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ทันที ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นขณะที่มีการประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯรอบสอง
รอยเตอร์รายงานว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายพิธายุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. มีขึ้นหลังจากที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องทางธุรการ วินิจฉัยสมาชิกสภาพ ส.ส.ของนายพิธา กรณีถือครองหุ้นสื่อไอทีวี ที่จะทำให้นายพิธาไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากผิดกฎหมายเลือกตั้ง
รอยเตอร์ระบุว่า นายพิธา ในวัย 42 ปี เพิ่งจะแพ้โหวตเลือกตั้งนายกฯไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และต้องการเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภาทั้งสอง เพื่อที่จะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของไทย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคำสั่งของศาลจะมีผลกับการโหวตเลือกนายกฯรอบที่ 2 ในวันเดียวกันนี้หรือไม่
รอยเตอร์ระบุว่า กฎข้อบังคับของรัฐสภา ที่เขียนขึ้นโดยกองทัพ หลังจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ที่ทำให้พิธาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพันธมิตรได้ยากมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคพันธมิตรก็ตาม
ทั้งนี้ คำสั่งของศาลต่อนายพิธาครั้งนี้ มีขึ้นขณะที่สภากำลังประชุมกันว่านายพิธาควรจะได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 หรือไม่ เนื่องจากการโหวตรอบแรกไม่ผ่าน
รอยเตอร์รายงานอีกว่า นายพิธาได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ไว้เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การเคลื่อนไหวเหล่านี้ มีการวางแผนล่วงหน้า และมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับห้วงเวลา พร้อมระบุว่า เป็นความพยายามของพวกนิยมกองทัพในการขัดขวางนายพิธา
ขณะที่เอเอฟพีรายงานว่า แม้ว่านายพิธาจะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ภายใต้กฎหมายไทย นายพิธายังคงสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ แต่จะต้องออกจากสภา และไม่สามารถร่วมโหวตได้
เอเอฟพีรายงานว่า มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายพิธา สวมเสื้อสนับสนุนพรรคก้าวไกล รวมตัวกันบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา และร้องตะโกนด้วยความไม่พอใจ หลังได้รับทราบข่าวเรื่องคำสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.
เอเอฟพีรายงานด้วยว่า หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมพันธมิตรที่สนับสนุนนายพิธา คาดว่าจะหันไปสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และอาจจะผลักให้ก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้านแทน โดยนายเศรษฐา ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในวัย 60 ปี ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่รับได้สำหรับชนชั้นนำของไทย
ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในวัย 77 ปี ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในฐานะแคนดิเดตนายกฯ จากฝ่ายการเมืองของทหาร
ด้านซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ กกต.ให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธาสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่จากการถือครองหุ้นสื่อ ซึ่งซีเอ็นเอ็นชี้ว่าเป็นอุปสรรคที่ถดถอยครั้งล่าสุดสำหรับพรรคก้าวไกลของนายพิธาที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล โดยซีเอ็นเอ็นยังชี้อีกว่า คำสั่งดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญ อาจยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับคนหนุ่มสาวที่เป็นฐานเสียงสนับสนุนของพรรคก้าวไกลให้ลงสู่ท้องถนนของการประท้วงครั้งใหญ่

