เท่าพิภพ ชี้ไม่มีลัทธิบูชาบุคคล ขาด ‘พิธา’ ยังมี ปชช.เคียงข้าง ลั่นยิ่งตัดเรายิ่งเพิ่ม และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เวลาอยู่ข้างเราเสมอ
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปรากฏว่าผ่านไปหลายชั่วโมงยังไม่เข้าสู่วาระโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย
และในระหว่างนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องและสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ไว้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ก่อนที่นายพิธาจะลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมเพื่อรับทราบคำสั่ง วางบัตรประจำตัว ส.ส. และชูกำปั้นเดินออกจากรัฐสภาไป ท่ามกลางเสียงปรบมือจาก ส.ส.จำนวนมากที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า
“คำพูดที่แสนพิเศษ มักเกิดในตอนที่ดูธรรมดาที่สุด
ช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง ช่วงเวลานั้นผมไม่รู้เลยว่าผมจะได้รับเลือกจากประชาชนกลับเข้าสภาอีกครั้งหรือไม่? ผมจะได้ผลักดันสิ่งที่เราทำมาตลอดได้หรือไม่? ซึ่งหลังจากเสียงกังวลของผมสิ้นสุดลง คำตอบจากชายธรรมดาคนหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาดั่งความหวัง “เราทำงานทางความคิด” และในวันนี้สังคมได้บอกเราแล้วว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่พวกเขาเริ่มเข้าใจ
ดังนั้น ไม่ว่าจะขาด เท่าพิภพ ก็ยังมี สุราก้าวหน้า
หรือขาด ธนาธร ก็ยังมี พรรคก้าวไกล
หรือแม้กระทั่ง ทิม พิธา ก็ยังมีประชาชนคอยหนุนหลังพวกเราอยู่ เราจึงเชื่อว่าเจตนารมณ์ของสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงก็ยังคงหมุนต่อตามกลไกของมัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ดังนั้น คำว่า “เวลาอยู่ข้างเราเสมอ” จึงไม่เกินจริง “เราชนะ” ชนะตั้งแต่เราคิดที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครเป็นเจ้าของความสำเร็จนี้ ไม่มีลัทธิบูชาตัวบุคคล ยิ่งตัดมากเท่าใดยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น อุดมการณ์ต่างหากคือสิ่งที่เรายึดมั่น
“เราคือผู้คนและการเดินทาง” ก้าวไกลเท่ากับประชาชน”

