หน้าแรก การเมือง บทนำ : ยึดกุม...

บทนำ : ยึดกุมหลักการ

21.07.23 | 08:09 น.

บทนำ : ยึดกุมหลักการ

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็นส่วนตัว ถึงการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ว่า ต่างฝ่ายต่างดึงดันเข้าสู่ ภาวะเดดล็อกทางการเมือง กล่าวคือ ฝ่ายชนะการเลือกตั้งเดินหน้าสู่สิ่งที่เคยหาเสียงไว้แบบเต็มรูปแบบ ทั้งๆ ที่คุมความได้เปรียบมากมาย ด้วยเสียงสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนฝ่ายที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งและกำลังจะสูญเสียอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและการปกครองนั้น ก็ต่อสู้ทุกรูปแบบ โดยใช้เครื่องมือเดิมๆ คือ นิติสงคราม ดังนั้น ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และความเดือดร้อนของประชาชนรวมถึงปัญหาสังคมอื่นๆ ที่รออยู่มากมาย ควรจะมีทางออกที่ประเทศบอบช้ำน้อยที่สุด

นายอิศเรศ เสนอข้อเรียกร้อง โดยขอให้ทุกฝ่ายควรมีสติในการตัดสินใจ และยอมถอยคนละครึ่งก้าว 1.กลไก ส.ส. รวบรวมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลให้มากกว่า 312 เสียง และจัดทำนโยบายรัฐบาลที่เดินสายกลาง ไม่สุดโต่งเกินไป 2.กลไก ส.ว. ที่มีวุฒิภาวะที่ดี และ 3.ประชาชนและกองเชียร์ ควรส่งเสียงเชียร์อย่างมีความอดทน และไม่สร้างเงื่อนไขให้นำไปสู่ความรุนแรง เพื่อให้มีทางออกทางการเมือง และอนาคตที่ดีของประเทศ ทั้งนี้ เห็นว่า หากโหวตนายกฯ ไม่จบในรอบสอง ยังไม่มีผลต่อเรื่องเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นการลงทุน เนื่องจาก กกต.รับรองผลเลือกตั้งเร็วกว่า 60 วัน จึงทำให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเร็วขึ้น แม้โหวตหลายรอบ แต่ถ้าอยู่ในไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลเสร็จภายในสิงหาคมก็ยังเป็นไปตามที่เอกชนคาดหวังไว้

การจัดตั้งรัฐบาลที่ติดขัด ไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว เนื่องจากบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ กำหนดให้การโหวตเลือกนายกฯต้องกระทำในที่ประชุมร่วมกันของสองสภา ยกเว้นใช้มติของสภาผู้แทนราษฎรตัดสิน ทำให้พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เสียงไม่มากพอถึงเกณฑ์ได้รับความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ การเมืองแบ่งฝักฝ่ายกันชัดเจน ส.ว.ที่เป็นตัวแปรสำคัญ โหวตไม่เป็นไปตามทิศทางความต้องการประชาชน ทำให้ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่โดยที่ประเทศชาติ ต้องมีฝ่ายบริหาร จะขาดเสียมิได้ ตามโครงสร้างการปกครอง สมาชิกรัฐสภา ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย จึงต้องร่วมกันหาทางออกที่ดี เร่งให้มีการจัดตั้งรัฐบาล โดยยึดมั่น คำนึงถึงความถูกต้อง เป็นธรรม ในหลักการประชาธิปไตย ให้ความสำคัญกับเสียงประชาชนควบคู่