‘ณัฐชา’ ขอโทษไปไม่ถึงเส้นชัย ลั่น จะเก็บความผิดหวัง เป็นพลังทำงานเพื่อปชช.

19.07.23 | 23:36 น.
ขอบคุณภาพจากเพจ Nattacha Boonchaiinsawat - ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

‘ณัฐชา’ ขอโทษไปไม่ถึงเส้นชัย ลั่น จะเก็บความผิดหวัง เป็นพลังทำงานเพื่อปชช.

การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระการเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่สอง ซึ่งมีผู้เสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพียงชื่อเดียว ให้รัฐสภาพิจารณา และมี ส.ส.รับรอง 299 คนครบตามจำนวนที่กำหนด

โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ขอให้ที่ประชุมลงมติว่าการเสนอชื่อนายพิธาให้รัฐสภาโหวตเป็นนายกฯอีกรอบขัดกับข้อบังคับการประชุมข้อ 41 หรือไม่ โดยผลการลงมติ พบว่าเสียงข้างมาก 395 เสียง ต่อ 312 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 ไม่เสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ในสมัยประชุมนี้

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Nattacha Boonchaiinsawat – ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” ระบุว่า “[ เราจะไม่อยากเชื่อในคำหลอกลวงอีกต่อไป ว่าอำนาจเป็นของประชาชน เพราะวันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ในรัฐสภาไทย ]

พี่น้องประชาชนทุกท่านครับ วันนี้ที่ประชุมรัฐสภา ลงมติให้การเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ให้ดำรงตำเเหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2 ไม่ได้ หลังจากการลงมติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมาตามเจตนารมณ์ที่พี่น้องประชาชนที่เเสดงออกผ่านการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าเป็นการเสนอญัตติซ้ำซึ่งไม่สามารถกระทำได้ พร้อมกับการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎรของ “พิธา” จากศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้

Advertisement

ก่อนอื่น ผมเเละพรรคก้าวไกลต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่เราไม่อาจจะไปถึงเส้นชัยที่เราวาดหวังไว้ด้วยกันได้ เเต่ถึงอย่างไรการเดินทางของพวกเรา เรามาไกลเกินกว่าจะยอมเเพ้เเละหมดหวัง เราจะเก็บความผิดหวังครั้งนี้เปลี่ยนเป็นพลังให้พวกเราเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ให้สุดพลังกายเเละพลังใจที่พวกเราทุกคนเท่าที่จะมีได้

เราจะสู้ต่อไป เราจะไม่ยอมเเพ้ ไม่เเม้เเต่จะศิโรราบต่ออำนาจใด ทึ่คอยกดขี่เเละเอาเปรียบพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ เเม้ว่าผู้มีอำนาจจะพยายามใช้นิติสงครามหรือเกมการเมือง เพื่อทำลายความหวังของเราซ้ำเเล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าการขัดขวางเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องปกติ

” พวกเขาอาจเด็ดดอกไม้ทิ้งได้ เเต่พวกเขาไม่อาจหยุดยั้งฤดูใบไม้ผลิได้ ”

นับตั้งเเต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ พี่น้องประชาชนได้ยืนยันผ่านการเลือกตั้งเเล้วว่า พลังของประชาชนนั้นไม่ว่าใครก็ตามไม่อาจดูถูกได้ เสรีภาพของประชาชนนั้นไม่อาจถูกพรากไปได้ เสียงของพี่น้องประชาชนจะต้องได้รับการเคารพ เวลาของพวกเรากำลังจะเดินมาถึงอีกครั้งในเร็ววันนี้ ตรงกันข้ามกับเวลาของอำนาจที่จะพยายามฉุดรั้งความเปลี่ยนเเปลงที่กำลังถูกนับถอยหลังไปในทุกวินาที