หน้าแรก การเมือง เอกชนจับตาการ...

เอกชนจับตาการเมืองพลิกขั้ว หวั่นม็อบปะทุ ด้าน ‘แอตต้า’ ชี้ตั้งรบ.ยืดเยื้อ ฉุดศก.

20.07.23 | 06:45 น.

เอกชนจับตาการเมืองพลิกขั้ว หวั่นม็อบปะทุ ด้าน ‘แอตต้า’ ชี้ตั้ง รบ.ยืดเยื้อฉุดจิตวิทยาท่องเที่ยว หวั่นนักเที่ยวแพนิก เลื่อนหรือยกเลิกเข้าไทย

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การโหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2 ที่ไม่พิจารณาชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย อย่างไรก็ตามต้องดูว่าทั้ง 8 พรรคการเมืองจะหาทางออกอย่างไรต่อไป จะให้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 2 เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพราะไม่มีตัวเลือกแล้ว หรือจะมีการสลับขั้วใหม่ แล้วผลักให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะถึงพรรคก้าวไกลอยู่ต่อ แม้ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังมี ส.ว.สกัดอยู่ในเรื่องที่เห็นต่างกัน หากพรรคเพื่อไทยยังอยู่กับพรรคก้าวไกลก็มีโอกาสน้อยที่จะได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้สถานการณ์การเมืองมันมีความเป็นไปได้หลายทางและมีความไม่แน่นอนสูง และกังวลว่าหากมีการพลิกขั้วใหม่จะเกิดความวุ่นวายรุนแรงขึ้น เพราะทุกอย่างเป็นไปได้หมดตอนนี้

“นักลงทุนไทยและต่างชาติก็รอดูว่าใครเป็นรัฐบาล มีเสถียรภาพหรือไม่ อยากให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อจะได้เดินหน้าแผนธุรกิจ ซึ่งเมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้ว ต้องรีบตั้งคณะรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจโดยเร็ว และต้องเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้” นายอธิปกล่าว

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า การยืดเยื้อในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ประเมินในแง่การทำตลาดว่าจะส่งผลกระทบมากนักเท่าใด ต้องยอมรับว่าขณะนี้การทำตลาดดึงต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย คงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะถูกกระทบจนหายไปมากน้อยเท่าใด ภาพแตกต่างจากตลาดหุ้นไทย ที่สะท้อนผ่าดัชนีหุ้นได้ทันที อาทิ วันนี้ผลเลือกนายกฯเป็นลบ กระดานหุ้นก็แดงตอบรับข่าวออกมา แต่ในเชิงธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้เป็นภาพแบบนั้น แต่จะมีผลในเชิงจิตวิทยาของผู้ประกอบการมากกว่า

“หากประเมินแล้วมีแนวโน้มให้เห็นว่า การจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องยืดเยื้อออกไปอีก 2-3 เดือนจากนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องวางแผนทำงานร่วมกับสายการบิน หรือทำยอดจองล่วงหน้าในฤดูกาลถัดไป ก็คงต้องชะลอออกไปก่อน เพราะจิตวิทยาของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยหากถูกกระทบจะส่งผลต่อเนื่องในฤดูกาลท่องเที่ยวถัดไป ไม่ได้เห็นผลกระทบแบบทันทีทันใดขนาดนั้น”

Advertisement

นายอดิษฐ์กล่าวว่า กรณีนี้จะส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของประชาชนด้วย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านคะแนนเสียงเลือกตั้ง 14 ล้านเสียง ส่วนนี้ได้รับผลกระทบแน่นอน โดยในแง่ผลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันนี้มองว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อจิตวิทยาในภาพรวม แต่อาจมีผลต่อผู้ที่ให้ความสนใจในเชิงการเมืองมากกว่า

นายอดิษฐ์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง และความยืดเยื้อที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกับภาคการท่องเที่ยวแบบตรงๆ อาทิ หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯ สามารถบอกได้ทันทีว่านักท่องเที่ยวจะหายไปมากน้อยเท่าใด แบบนี้ไม่ใช่ แต่หากจะมีผลกระทบแบบเรียลไทม์ จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วส่งผลต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวโดยตรง อาทิ เหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ อันนั้นนักท่องเที่ยวจะหายไปแบบทันที 15 วัน เพราะเกิดความตื่นตระหนก (แพนิก) ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลื่อนหรือยกเลิกเข้ามาเที่ยวไทยก่อนทันที