หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ลั่นเพ...

เศรษฐา ลั่นเพื่อไทย เป็นแกนนำ ไม่เอา 112 ปัดตอบสมการก้าวไกล โยนพรรคเจรจา

20.07.23 | 15:30 น.

‘เศรษฐา’ เข้าพรรคคุยทิศทางชิงนายกฯ ลั่น ‘เพื่อไทย’ นำ ไม่เอา 112 ปัด ตอบสมการ ‘ก้าวไกล’ ร่วมรัฐบาลทำโหวตไม่ผ่าน บอก ‘คณิตศาสตร์เบื้องต้นลองนับดูแล้วกัน’

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรค พท. ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังไม่สามารถเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้อีกว่า วันนี้จะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ส่วนจะมีความชัดเจนในการเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร ต้องรอข้อสรุปจากการประชุม

เมื่อถามว่าเสียง ส.ว.ในการโหวตนายพิธา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชัดเจนว่า ส.ว.ไม่เอาพรรค ก.ก. ดังนั้น การตั้งรัฐบาลโดยพรรค พท. จะยังมีพรรค ก.ก.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องให้ทีมเจรจาไปเจรจาก่อน ซึ่งจะทราบทิศทางขณะนี้ เรายังมีเอ็มโอยูของ 8 พรรคร่วม ดังนั้น ต้องพูดคุยและให้เกียรติกัน

เมื่อถามว่า ขณะนี้พร้อมถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในการโหวตครั้งต่อไปหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ทางพรรค พท.มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ต้องรอให้มีมติจากกรรมการบริหารว่าจะเป็นใคร ทั้งนี้ แคนดิเดตทุกคนมีความพร้อม

เมื่อถามว่า เมื่อเปลี่ยนเป็นพรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมยังเหนียวแน่นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า วันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ โดยคณะเจรจาอาจจะไปพูดคุยกันเย็นนี้หรือวันที่ 21 กรกฎาคม เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

Advertisement

เมื่อถามว่า การดันนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคร่วม ถือว่าสิ้นสุดแล้วหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตามที่ฟังดูในทางกฎหมายน่าจะเป็นเช่นนั้น

ถามย้ำว่า การโหวตชื่อนายกรัฐมนตรีเหมือนเป็นบรรทัดฐานว่า จะเสนอชื่อหนึ่งคนได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้น การมีพรรค ก.ก.อยู่จะส่งผลให้โหวตนายกรัฐมนตรีไปในทิศทางใด นายเศรษฐากล่าวว่า มองว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไปต้องคิดให้ดี ต้องมีการเจรจาให้เหมาะสม ถามอีกว่า ส่วนตัวมองว่าควรจะแพคกับพรรค ก.ก.ต่อหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องให้เกียรติคณะเจรจา เพราะตนไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา

เมื่อถามว่า หากพรรค พท.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะทำอย่างไรไม่ให้ ม.112 เป็นปัญหา นายเศรษฐากล่าวว่า มองว่า พรรคที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป ต้องไม่มีเรื่องของการแก้ไขหรือยกเลิก ม.112 ไม่อย่างนั้น จะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.รวมถึงพรรคการเมืองอื่น คณิตศาสตร์ค่อนข้างพื้นฐานมากๆ นับดูก็รู้ว่าเรื่องอะไรเป็นอะไร

เมื่อถามว่า มองว่าวิธีใดที่จะทำให้มาตรา 112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะทำให้คนเข้าใจพรรค พท. มากที่สุดว่า เราไม่ได้หักพรรค ก.ก. นายเศรษฐากล่าวว่า ตนพูดแทนพรรค ก.ก.ไม่ได้ แต่พรรค พท.คงต้องพูดคุยกัน ถ้าเราจะเป็นแกนนำเรื่องนี้ ต้องเป็นเรื่องที่ต้องหยุดลงไป

เมื่อถามว่า หาก พท.เป็นแกนนำแล้วไม่แตะมาตรา 112 ความสัมพันธ์กับพรรค ก.ก.จะเป็นอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะตนไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจา แต่ส่วนตัวคิดว่า หากมีมาตรา 112 อยู่ คงไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลายๆ พรรค

ถามอีกว่า หากพรรค พท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คิดว่าจะมีพรรคร่วมเข้ามาเติมเสียงเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่า อาจจะล้ำหน้าไปเล็กน้อย ต้องให้เกียรติ 8 พรรคร่วมรัฐบาลก่อน เพราะ 8 พรรคปัจจุบันก็มีเสียงเยอะ แต่ต้องมาคุยกันอีกครั้งว่าจะตกลงกันอย่างไร

เมื่อถามว่า ตัวเลขคณิตศาสตร์ ทางที่ง่ายที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลคือการหาเสียง ส.ว.หรือหาเสียง ส.ส.มาเพิ่ม นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นเรื่องเบื้องต้นมากๆ อย่างไรเสียง ส.ว. 250 เสียง ถือเป็นส่วนที่สำคัญในการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ตัวนายเศรษฐาจะต่อสายพูดคุยกับ ส.ว.ได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนรู้จัก ส.ว.แค่คนสองคน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว คงเป็นเรื่องของหลักการมากกว่า ถ้าตกลงกันได้และพูดคุยกันรู้เรื่อง เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. คิดว่าอย่าเพิ่งข้ามขั้นดีกว่า วันนี้เรายังผูกมัดอยู่กับเอ็มโอยู และต้องให้เกียรติคณะกรรมการเจรจาว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าเจรจาแล้วเห็นเป็นอื่นก็ต้องกลับมาคุยในพรรคกันต่ออีก แล้วคงมีการพิจารณาว่าต่อไปเราจะไปอย่างไร แล้วจะไปกับใคร

เมื่อถามว่า คิดหรือไม่ว่าตอนนี้เกมบีบให้พรรค พท.ต้องข้ามขั้ว นายเศรษฐากล่าวว่า หากตนต้องตอบคำถามนี้อย่างไรก็ต้องคิดอยู่แล้ว เป็นธรรมดา ไม่ได้เป็นโจทย์ที่ซับซ้อนมาก ต่างคนต่างคิดไป แต่สำคัญที่สุดคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ คณะกรรมการบริหาร คณะเจรจาร่วมต้องเป็นคนพิจารณาให้ดี ส่วนเรามีหน้าที่ที่ต้องทำต่างกันไป อย่างวันนี้ตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องเศรษฐกิจที่ทางพรรคมอบหมายมา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ 8 พรรคก็ยังอยู่ด้วยกัน การที่จะมีการเปลี่ยนแปลงข้ามขั้ว หรือจะมีพรรคอื่นเข้ามาเสริมก็ต้องให้เกียรติกับคณะเจรจา ขอให้ใจเย็น มีอีกหลายวันก่อนจะถึงวันที่ 27 กรกฎาคม เราต้องให้เกียรติกับพรรคร่วม ซึ่งผลการโหวตเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมเป็นผลที่น่าผิดหวัง แต่ก็ต้องยอมรับและเดินต่อไป

เมื่อถามว่า ยังยืนยันคำเดิมอยู่หรือไม่ว่า ไม่ว่ากรรมการบริหารพรรคจะมีทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร ก็พร้อมทำตาม นายเศรษฐากล่าวว่า “ครับ”

เมื่อถามว่า มีการพูดถึงสูตรที่จะผลักให้พรรค ก.ก.ไปเป็นฝ่ายค้าน วันนี้มองว่ายังต้องจับมือกับพรรค ก.ก.ไปจนกว่าจะสุดทางไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าสุดคืออะไร สุดทางคือพรรค ก.ก.ไม่สามารถส่งนายกรัฐมนตรีได้ ถือว่าสุดทางแล้วหรือยัง อันนี้ต้องฝากไปยังคณะเจรจาของ 8 พรรคว่านี่คือสุดทางหรือยัง ถ้าสุดทางแล้วต้องมาพิจารณาว่าพรรคที่มีคะแนนอันดับสอง จะได้รับการมอบหมายหรือไม่ จะตกลงกันได้หรือไม่ อยากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เพราะถึงอย่างไรเราก็ยังร่วมอุดมการณ์กันอยู่ดี

เมื่อถามว่า หากโหวตอย่างไรก็ไม่ได้เพราะยังมีพรรค ก.ก.อยู่ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องผลักพรรค ก.ก.ออก นายเศรษฐากล่าวว่า คณิตศาสตร์เบื้องต้นลองนับดูแล้วกัน ตนว่าทุกคนรู้อยู่ อย่าให้ตนตอบคำถามนี้ดีกว่า

ถามย้ำว่า ตามคณิตศาสตร์เบื้องต้นที่ว่ามา จะทำตามแนวทางของ กก.บห.ยอมเป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่มีพรรค ก.ก.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่าไปถึงจุดนั้น จุดแรกคือ 8 พรรคต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร หากมีมติออกมาว่าพรรค พท.ได้เป็นแกนนำก็ต้องประชุม กก.บห.ก่อน แล้วก็ต้องเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และต้องว่าไปตามขั้นตอน ยังมีเวลาอีกหลายวัน

ถามอีกว่า ในการหากเสนอชื่อนายเศรษฐา มั่นใจหรือไม่ว่าเสียง 8 พรรคจะเหมือนเดิม นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคงไม่ไปก้าวล่วง เพราะหากบอกว่าเขาโหวตให้แล้วเขากลับไม่โหวตให้ ดังนั้น ขอไม่ตอบดีกว่า เพราะต้องให้เกียรติพรรคร่วม