‘ปกรณ์’ ติงใช้ข้อบังคับการประชุมมาหักล้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

20.07.23 | 16:50 น.

‘ปกรณ์’ ติงใช้ข้อบังคับการประชุมมาหักล้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง


อ.ปกรณ์ ปรียากร อดีตโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Pakorn Priyakorn” เรื่องการใช้ข้อบังคับการประชุม อยู่เหนือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

ในการประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ ผมไม่ได้ติดตามการประชุม เพราะติดภารกิจในระหว่างนั้น

เมื่อกลับมาถึงบ้านในช่วงค่ำ จึงกลับมาดูย้อนหลังอีกครั้งหนึ่ง ได้พบว่าการประชุมเมื่อวานค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร

Advertisement

แต่ได้ตรวจพบว่าในการพิจารณาของที่ประชุม ที่มีการลงมติว่าการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ครั้งที่ 2 ไม่สามารถที่จะกระทำได้ ทั้งนี้โดยอ้างว่าขัดกับข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาข้อที่ 41

ในฐานะที่ผมเคยปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสองครั้ง (แต่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ 2560)

ผมมีความคิดเห็นว่า การยกเอาข้อบังคับการประชุม ซึ่งเป็นกฎหมายระดับรอง มาหักล้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดนั้นไม่เป็นการถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้เพราะมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะโดยระบุไว้ในวรรคหนึ่งว่า

“ในระหว่างห้าปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้การให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา”

จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้ ถือเป็นการบัญญัติกฎหมายทำนองนี้ไว้เป็นการเฉพาะ ตามที่ในระหว่างการทำประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีมติเสนอประเด็นเพิ่มเติมเรื่องที่ระบุในมาตรา 272 นี้ ทำให้สาระหลักเช่นนี้จึงแตกต่างไปจากการเสนอญัตติ

จากที่กล่าวมานี้ผมจึงมีความเห็นว่า การลงมติเมื่อวานนี้จึงไม่น่าจะถูกต้อง เพราะเป็นการใช้มติของเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมรัฐสภา ไปหักล้างหลักการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุด

จึงบันทึกไว้ว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขให้ถูกต้อง แทนที่จะตีความตามอำเภอใจ อันทำให้การเมืองเข้ามุมอับได้

ในฐานะนักวิชาการด้านการบริหารราชการแผ่นดิน จึงขอเสนอให้ประธานรัฐสภา หรือ ผู้ที่เห็นว่ากรณีนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง นำเสนอเรื่องไปสู่การตีความตามช่องทางที่เหมาะสมต่อไป

ด้วยความปรารถนาดี