หน้าแรก การเมือง 2 นักวิชาการย...

2 นักวิชาการยื่นผู้ตรวจการฯส่งศาล รธน.วินิจฉัย มติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อ ‘พิธา’ ซ้ำ ขัด รธน.?

21.07.23 | 17:23 น.

2 นักวิชาการอิสระ ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน.วินิจฉัยมติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อ ‘พิธา’ ซ้ำขัด รธน. พร้อมจี้ชงสั่งระงับการเลือกนายกฯ ด้านเลขา ผผ.เผยจะเร่งเสนอพิจารณาโดยเร็ว ปัดตอบวินิจฉัยทันก่อนนัดโหวต 27 ก.ค.หรือไม่

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายพรชัย เทพปัญญา นักวิชาการอิสระ พร้อมด้วย นายบุญส่ง ชเลธร อาจารย์คณะนวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยรังสิต ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่าน พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค.มีมติว่าการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาโหวตลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นการเสนอญัตติซ้ำขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 ข้อที่ 41 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายพรชัยกล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นผู้ที่ถูกกระทบสิทธิโดยตรง เพราะเป็นผู้ที่ไปเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. และเลือก ส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตของพรรคก้าวไกล ซึ่งตามหลักการของระบอบประชาธิปไตยผู้ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจะสามารถเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลได้

นายพรชัยกล่าวว่า แต่เมื่อมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค.แล้วนายพิธาไม่ได้รับเลือก และเมื่อนัดลงมติใหม่ในวันที่ 19 ก.ค.กลับถูกขัดขวางโดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 โดยอ้างว่าเป็นการเสนอญัตติซ้ำ มองว่ารัฐธรรมนูญกำหนดการเลือกนายกรัฐมนตรีไว้เป็นการเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ประกอบมาตรา 272 ตราบใดที่กระบวนการเลือกนายกฯยังไม่เสร็จสิ้น ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีย่อมสามารถถูกเสนอชื่อได้เรื่อยๆ มติดังกล่าวจึงเท่ากับรัฐธรรมนูญถูกละเมิดโดยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 หรือไม่ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว ขอให้มีคำสั่งให้ที่ประชุมรัฐสภายุติการเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

Advertisement

ทั้งนี้ นายพรชัยยังเห็นว่า ในหลักการแล้วมติของที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค.ยังจะมีผลกระทบถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของทุกพรรคนับจากนี้ เพราะแคนดิเดตนายกฯได้รับการเสนอชื่อจะได้รับการโหวตเพียงครั้งเดียว หากไม่ผ่านพรรคการเมืองนั้นก็จะไม่สามารถเสนอชื่อให้สมาชิกรัฐสภาโหวตได้อีก

นายบุญส่งกล่าวว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้เราไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เห็นว่าบ้านเมืองต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจน ซึ่งมติที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค.ยังมีข้อถกเถียงจากหลายฝ่าย หากไม่ทำให้เกิดความชัดเจนในอนาคตก็จะมีการตีความที่แตกต่างกันไป ทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองได้ จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยโดยเร็ว

ด้าน พ.ต.ท.กีรปกล่าวว่า เรื่องนี้จากหารือเบื้องต้นในส่วนข้อเท็จจริงคือการลงมติของสมาชิกรัฐสภาในวันที่ 19 ก.ค.มีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว เหลือเพียงข้อกฎหมายที่จะต้องพิจารณาโดยเฉพาะตามมาตรา 46 ประกอบมาตรา 48 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้เป็นการลงมติของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และประเด็นที่สำคัญของการจัดส่งให้ศาลรัฐธรรมนูวินิจฉัยคือความเป็นผู้เสียหายซึ่งตามกฎหมายของศาลกำหนดว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้น ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยได้โดยผ่านกลไกของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

พ.ต.ท.กีรปกล่าวว่า แต่ถ้าเลยกรอบเวลาดังกล่าวผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิก็สามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ อย่างไรก็ตาม ทราบดีว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน และประธานรัฐสภามีการนัดหมายเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะพยายามพิจารณาให้เร็วที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีคำวินิจฉัยเรื่องนี้ก่อนวันที่ 27 ก.ค.ที่ประธานรัฐสภานัดหมายโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 3 เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินระบุเพียงว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปเรื่อง และนำเสนอที่ประชุมตรวจการพิจารณาโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม หลังนายพรชัยฟังคำตอบของเลขาผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว นายพรชัยระบุว่า การละเมิดสิทธิของตนหมายความว่ากระบวนการเลือกนายกฯยังไม่สิ้นสุด แต่สมาชิกกลับนำข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 มาละเมิดสิทธิตนและผู้ที่ลงคะแนนเลือกตั้งทั้งประเทศ ถ้าที่สุดแล้วผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รับคำร้องนี้ ไม่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตนก็คงไม่ไปต่อ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ของตนเองเสร็จแล้ว คงจะปล่อยให้พรรคการเมืองอื่นดำเนินการกันไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง