หน้าแรก การเมือง อานนท์ ย้ำ &#...

อานนท์ ย้ำ ‘พท.-ก้าวไกล’ ปล่อยมือกันไม่ได้ ลดเพดานก็ไม่ได้ ขอเป็น ‘กาวใจ’ ฝ่าวิกฤต

21.07.23 | 20:59 น.

อานนท์ ชวนลงถนนเบิ้มๆ  เตือนน้ำดี+น้ำเสีย = น้ำเสีย ย้ำ ประชาชนจะเป็นแม่น้ำ กำหนดทิศทางเรือเอง! งง ต้องเสียสละอะไร ก.ก.ชนะอันดับ 1

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน (ฝั่งถนนพหลโยธิน) กรุงเทพฯ พรรคอาทิตย์ใหม่ จัดกิจกรรม #ม็อบ21กรกฎา66 #KUไม่เอาสว เพื่อประณามสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ย่ำยีเสียงของประชาชน ซึ่งส่งผ่านการเลือกตั้ง พ.ศ.2566 และยืนยันว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์คือภาษีของประชาชน

เวลา 19.35 น. นายอานนท์ นำภา ขึ้นเวทีปราศรัย ชวนนึกถึงภาพชุมนุมในมหาวิทยาลัยครั้งแรก ก่อนเปลี่ยนไปลงถนน

“วันนี้พรรคก้าวไกลเสนอให้ทหาร ไม่สามารถประกาศกฎอัยการศึกยึดอำนาจได้ พรรคก้าวไกลเสนอว่า ต้องประกาศโดยพลเรือนเท่านั้น นี่คือยาแรงที่เขากลัว นโยบายทำไม่ได้แน่นอน เพราะเสียงไม่ถึง แต่เมื่อรวมกับเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ 312 เสียง เราทำได้แน่นอน เพื่อป้องกันวงจรอุบาทว์ รัฐประหาร เขากลัวสิ่งนี้ และทุกการรัฐประหารได้สร้างอภิสิทธิ์ชนใหม่ขึ้นมา และอภิสิทธิ์ชนใหม่คนนั้น บังอาจเสนอเงื่อนไขให้พรรคเพื่อไทย 11 ข้อ ส.ว.เข้ามาแทรกแซงอำนาจของประชาชนอีกแล้ว” นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลพรรคเดียวทำไม่ได้ เพราะพรรคก้าวไกลเสนอไปถึงการตัดอำนาจ ส.ว. และก้าวไกลทำไม่ได้ ถ้าไม่มีเพื่อไทย นี่คือเหตุผลที่เราเรียกร้อง 8 พรรค อย่าแตกแถว และนี่คือเหตุผลที่ฝั่งตรงข้ามพยายามบ่อนเซาะให้แตกกัน เพื่อรักษาอำนาจของพวกเราเอาไว้ นี่คือเหตุผลพื้นๆ ที่เรื่อง ม.112 เป็นแค่ข้ออ้าง เพื่อแยกเพื่อไทยกับก้าวไกลออกจากกัน

Advertisement

“ด้วยเหตุนี้ เราต้องเป็นต่อ เป็นเชือก แตกกันไม่ได้ ฉิบหายแน่นอน ปล่อยเมื่อกันเมื่อไหร่ ก้าวไกลมาเป็นฝ่ายค้าน ถูกยุบพรรค เราจะไม่มี ส.ส.น้ำดี ไปอภิปรายตั๋วช้าง เราจึงต้องเป็นกาวใจให้พรรคการเมือง ฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะไปแปะมืออำนาจเก่าได้เสมอ บอกว่า ก้าวไกลต้องเสียสละ เสียสละอะไร เขาชนะอันดับ 1″ นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์กล่าวอีกว่า ลดเพดานไม่ได้ เพราะถ้าลดลงจะกลายเป็นแค่คอกหมู วันนี้เพดานสูง ลดไม่ได้ ถ้าลดคือการทรยศราษฎร คนเสื้อแดง ผู้ลี้ภัยที่ถูกอุ้มฆ่า และประชาชนที่เลือกเข้ามา

“ขาหนึ่งคือผู้แทนราษฎร ขอวิงวอนจับมือกันไปให้ถึงที่สุด ถ้าเราเป็นรัฐบาล ผู้ลี้ภัยจะได้กลับบ้าน ถ้าเราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าให้ลดเพดานแล้วเรายอมถอย เขาก็คืบมา ได้คืบจะเอาศอก ดังนั้น เราถอยไม่ได้

อีกขาหนึ่ง คือมวลชนนอกสภา เราต้องวิงวอนให้ออกมามากขึ้น เพราะยังไม่พอที่จะต่อรองผู้มีอำนาจ นี่คือสิ่งที่วิงวอนร้องขอ นับ 123 และหวังว่าเพื่อนที่บ้านจะออกมา นับ 4 นับ 5 นับหมื่น นับแสนกับเราตรงนี้” นายอานนท์กล่าว และว่า

ขอส่งเสียงบอก ส.ส.ว่า อย่าคิดว่าประชาชนเซ็นเช็คเปล่าให้ท่าน อย่าคิดว่าเป็นน้ำที่นิ่ง

“ต่อไปนี้ แม่น้ำสายนี้จะกำหนดทิศทางเรือให้คุณ จะหันซ้าย-ขวา ประชาชนจะกำหนด ไม่มีใครสูงกว่าประชาชน ความเป็นไปได้ เมื่อเราออกมา ทำให้คนในสังคมเห็นว่ามันเป็นไปได้ เพราะเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม มันเป็นไปได้แล้ว ที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะฝ่ายเผด็จการขาดรอน วันนี้แค่จูงมือจูงหัวใจที่ไปเลือกตั้งวันนั้น ให้ลงสู่ท้องถนนอีกครั้งเท่านั้นจริงๆ ครั้งนี้จบแน่ๆ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ลูกหลานเราไม่ต้องเกณฑ์ทหาร คุมกระทรวงกลาโหม แก้กฎกระทรวง ไล่ประยุทธ์ออกจากบ้านหลวง ง่ายนิดเดียว ถ้าเราเป็นรัฐบาลร่วมกัน แต่ถ้าจับมือเผด็จการ เป็นไปไม่ได้

น้ำดี ไปบวกน้ำเสีย คือน้ำเสีย จุลินทรีย์จะเริ่มทำงาน อย่ามาพูดว่าพวกเราต้องไปมีอำนาจก่อน ถ้าไม่แก้โครงสร้าง เปลี่ยนประเทศนี้ไม่ได้ เอาทหารออก ถ้าปล่อยให้มีอำนาจ แล้วไม่ทำอะไรเลย เราจะย้อนกลับไปวงจรอุบาทว์อีกครั้ง ตอนนี้เรารู้เท่าทันแล้ว เหลืออย่างเดียว คือทำให้คนเท่ากัน ต่อจากนี้เราจะต่อสู้ร่วมกันอีกครั้ง” นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์กล่าวอีกว่า กว่าสังคมเปลี่ยน คงใช้เวลามากกว่า 20 ปี แต่จากปรากฏการณ์ชุมนุมเมื่อปี 2563 การเปลี่ยนแปลงจะเกิดใน 4-5 ปีนี้แน่นอน

“เราชนะเลือกตั้งแล้ว ต้องชนะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ หลายคนรู้แล้วว่ามีมาตรการทำลายพลังเราอย่างไร ล่าสุดให้คนไปถอนประกันผม ถามว่าการชุมนุมอย่างนี้วุ่นวายตรงไหน เราออกมาสู้เพื่อตัวเรา เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม แค่เอื้อมเราก็จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้แล้ว แต่เอื้อมนี้เขาจะใช้ทุกวิถีทางที่จะสกัดพวกเรา แต่อย่าไปกลัว ตราบใดที่เราออกมาสู้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามี 100,000 1,000,000 คนเมื่อไหร่ เขาอยู่ไม่ได้” นายอานนท์กล่าว

นายอานนท์ชี้ว่า 14 ตุลาคม 2516 คน 1 แสนคน ขับไล่ พล.อ.ถนอม กิตติขจร และประภาส จารุเสถียร ได้ขับไล่ สุจินดา คราประยูร ได้ ถ้าได้ 1 แสนคนคราวนี้ เราจะไล่ประยุทธ์ ประวิตร ส.ว. องค์กรอิสระ ช่วยกันนับให้ถึง 1 แสน

“พาหัวใจที่กล้าหาญออกมา เตรียมผ้าใบ เสื้อกันฝน ร่ม ให้พร้อม นัดหมายเมื่อไหร่ ลงถนนเบิ้มๆ แน่นอน” นายอานนท์กล่าว

จากนั้นเวลา 19.56 น. พรรคอาทิตย์ใหม่อ่านแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืน โดยยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้องของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และว่า วันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หากไม่ได้ข้อสรุป ทางกลุ่มอาจจะพิจารณาว่าจะนำนิสิตไปปิดถนนหน้ามหาวิทยาลัยหรือไม่ หรือหยุดการเรียนการสอน เพื่อต่อต้านระบบเผด็จการ

จากนั้นวงสามัญชนบรรเลงบทเพลง “บทเพลงของสามัญชน” และ “เราคือเพื่อนกัน” โดยประชาชนร่วมเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ ร่วมโยกย้ายร่างกายด้วยความครึกครื้น ก่อนยุติกิจกรรม ในเวลา 20.25 น.