พลันที่ประโยคที่ว่า “พวกท่านทั้งหลาย พวกท่านหวาดกลัวยุคสมัยใหม่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” จาก รังสิมันต์ โรม
จุดสะกิดอยู่ที่คำว่า “ยุคสมัยใหม่” คนจำนวนหนึ่งโยงความสัมพันธ์ไปยัง “โมเดิร์น” หรือแม้กระทั่ง “โพสต์ โมเดิร์น” อันก้องกังวานมาจาก “ตะวันตก”
เป็นภาพ “โฟโคล์” เป็นภาพ “แดร์ริดา”
ขณะเดียวกัน คนจำนวนหนึ่งโยงความสัมพันธ์ไปยังสุนทรพจน์อันมากด้วยอิทธิพลและผลสะเทือนของ สาย สีมา
จากปลายปากกา เสนีย์ เสาวพงศ์ ใน “ปีศาจ”
เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชมชอบ “ปีศาจ” เมื่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล ชอบเอ่ยอ้างถึง “ปีศาจ” ก็น่าจะตกมาถึง รังสิมันต์ โรม
ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว มิได้เป็นเช่นนั้น
รังสิมันต์ โรม อาจเป็นคนในยุคหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อยู่ในบรรยากาศแห่งความขัดแย้งร้อนแรง
จาก “พันธมิตร” ถึง “กปปส.”
ด้านหลักอาจได้รับผลสะเทือนทางความคิดจาก “นิติราษฎร์” เพราะว่าเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
เรียนมากับ ปิยบุตร แสงกนกกุล
แต่ รังสิมันต์ โรม ไม่ว่าในยุคที่ถูกเรียกขานว่า “ใบพลู” ไม่ว่าจะดำรงอยู่ในจุดอันเป็น “คนอยากเลือกตั้ง”
ก็มีโลกเป็นของตัวเอง แตกต่างออกไป
เป็นโลกใบเดียวกับ ปิยเทพ จงเทพ เป็นโลกใบเดียวกับ พุธิตา ชัยอนันต์ เป็นโลกใบเดียวกับ เชตวัน เตือประโคน
เป็นโลกแห่ง “แอนิเมะ” เป็นโลกแห่ง “มังงะ”
น่าสนใจก็ตรงที่อาจเป็นมังงะที่ได้รับการเผยแพร่โดยกลุ่ม “เบเกอรี่” ที่มี บอย โกสิยพงษ์
มีส่วนร่วมอย่างเอาการเอางาน
แล้วก็ซึมซับคำว่า “ยุคสมัยใหม่” มา
เพราะว่าคำประกาศของ รังสิมันต์ โรม มิได้มีแรงบันดาลมาจากคำประกาศของ สาย สีมา หากแต่เป็นคำประกาศของ แชง คูส
เป็น แชง คูส อันอยู่ในมังงะของ “วันพีซ”
ประโยคเดิมที่อยู่ในหนังสือมีคนถอดออกมาเป็น “พวกแกหวาดกลัว ‘ยุคสมัยใหม่’ ขนาดนั้นเลยรึไง”
เป็น “คำถาม” ในแวดวงผู้อ่าน “มังงะ”
ดำรงอยู่บนพื้นที่ทางวัฒนธรรมแห่ง “สามเกาะบูรพา” แล้วไหลเลื่อนเข้ามาอยู่ในพื้นที่วัฒนธรรมของสังคมไทย
ไม่ว่าที่ “ท่าพระจันทร์” ไม่ว่าที่ “รังสิต”
การดำรงอยู่ของคำว่า “ยุคสมัยใหม่” จากปาก รังสิมันต์ โรม จึงมิได้มาจาก เสนีย์ เสาวพงศ์ ไม่มีกลิ่นอาย จิตร ภูมิศักดิ์
หากแต่จาก “วันพีซ” แห่ง “สามเกาะบูรพา”
ประกาศดังกึกก้องในท่ามกลาง
การปะทะในทาง “ความคิด” อันสะท้อนไปถึงในทาง “การเมือง”
ภายใต้การย่างสามขุมเข้ามาของ “ยุคสมัยใหม่”

