หน้าแรก Election Slide จตุพร ชี้ พท....

จตุพร ชี้ พท.เจอเผือกร้อน ต้องทิ้งก้าวไกล มั่นใจใกล้มีเรื่อง

22.07.23 | 18:57 น.
แฟ้มภาพ

จตุพร ชี้ พท.เจอเผือกร้อน ต้องทิ้งก้าวไกล มั่นใจใกล้มีเรื่อง

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “ใกล้แล้ว?” โดยระบุว่า การโหวตนายกฯมาถึงทางตันและใกล้จะเกิดเรื่องแล้ว

นายจตุพรกล่าวว่า พรรคก้าวไกลแถลงส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น ดูเหมือนส่งเผือกร้อนไปใส่มือมากกว่า เพราะช่วงหาเสียงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ประกาศว่ามีลุงไม่มีผม ซึ่งหมายถึงไม่จับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกเช่นกันว่า ถ้าจับมือกับพรรค พปชร.จะลาออกจากหัวหน้าพรรค

ขณะที่พรรคฝ่ายข้างน้อย 188 เสียง ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรค พปชร. พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรค รทสช. พร้อมกับ ส.ว.จำนวนหนึ่ง พากันประกาศเป็นเสียงเดียวกันว่า มีก้าวไกลไม่มีเรา คือไม่จับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลนั่นเอง

ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กลับเรียกร้องว่า เมื่อเรือใกล้ล่มกลางทะเล คนหนุ่มสาวต้องเสียสละให้คนแก่ได้ไปก่อน อย่างไรก็ตาม การเสียสละคือการรักษาประชาธิปไตย อีกอย่างคนหนุ่มสาวอาจหมายถึงพรรคก้าวไกลต้องเสียสละให้ตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น จึงสะท้อนว่า บัดนี้การโหวตนายกฯและการตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคมาถึงทางตันแล้ว แต่ไม่ยอมรับความจริงกัน

Advertisement

“เพื่อไทยจะไปเจรจากับพรรคการเมืองไหนได้ เมื่อเขาประกาศชัดเจนมีก้าวไกลไม่มีเรา เขาปิดประตูหมดแล้ว ส่วน ส.ว.เขารักคุณมากเลยเหรอ แค่เขากำจัดก้าวไกลก่อน แล้วจากนั้นจะมาทำลายคุณทีหลัง คุณก็เหมือนกันที่เขาต้องกำจัดเช่นกัน ยังไม่รู้เรื่องอีกหรือ คุณยังไม่เข้าใจหรือ?”

นายจตุพรกล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่เกี่ยวกับเกมที่ออกแบบมากำจัดเพื่อไทยเลย เพียงแต่หาเสียงแล้วประกาศคำมั่นเป็นจุดยืนจะไม่จับมือร่วมงานการเมืองกับพรรคไหน จนเปล่งเป็นคำพูด “มีลุงไม่มีเรา” ซึ่งไม่แตกต่างจากเพื่อไทย ประกาศสัญญาประชาชนไว้ ขณะที่พรรคอีกฝ่ายก็ประกาศ ก็จับมือกันแน่นประกาศ “มีก้าวไกลไม่มีเรา” เมื่อเป็นเช่นนี้เพื่อไทยจะไปเจรจาพรรคใดมาร่วมรัฐบาลทำไม เพราะคำตอบรู้ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่มีพรรคใดมาแน่ ยกเว้นเพื่อไทยต้องแถลงไม่เอาก้าวไกลเท่านั้น

นายจตุพรกล่าวว่า หากเพื่อไทยข้ามขั้วไปจับมือกับลุงตั้งรัฐบาลแล้ว ในความรู้สึกประชาชนจะพังพาบทันที อีกอย่างหากวันที่ 27 ก.ค.นี้ เพื่อไทยยังไม่พร้อมเสนอใครเป็นนายกฯ แล้วจะไปเร่งรีบให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวตทำไมกัน เพราะไม่มีใครบังคับได้ ดังนั้น เพื่อไทยไม่น่าเสนอและควรเลื่อนการโหวตออกไปก่อน

“ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องเสนอ มันจะสง่างามมาก ไม่ใช่ไม่พร้อมก็เสนอนายเศรษฐา แล้วได้เสียงเท่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะดูยิ่งใหญ่หรือ? ดังนั้น การตั้งรัฐบาลสำเร็จมีอย่างเดียวคือเพื่อไทยจะปัดทิ้งก้าวไกล แล้วย้ายข้ามขั้ว แต่ยังมั่นใจ ส.ว.จะโหวตให้หรือไม่”

นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อเพื่อไทยต้องการเสียงจาก ส.ว.และพรรคฝ่ายข้างน้อย แต่ต้องสลัดเพื่อนก้าวไกลออกไป ด้วยความอยากเป็นนายกฯ ได้ตั้งรัฐบาล แล้วอย่างนี้จะมีเสียงมาโหวตให้พรรคที่ทิ้งเพื่อนหรือ? อีกทั้งยังผิดสัญญาไว้กับประชาชนว่ามีลุงไม่มีผม หรือจับมือพรรค พปชร.จะลาออกจากหัวหน้าพรรค สิ่งเหล่านี้พรรคใดจะไว้วางใจเพื่อไทยได้ แล้วประเทศจะฝากความหวังอะไรได้

นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อเพื่อไทยข้ามขั้ว ประชาชนจะออกมาเต็มถนน ถ้าประกาศแก้ไข ม.112 ยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายออกมาเผชิญหน้า จึงหวั่นสถานการณ์จะรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งจะให้ประเทศมาเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าถึงทางตันไปต่อไม่ได้ ต้องหาทางคุยกันเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน

“ประชาชนต้องมีจิตใจเข้มข้น ยึดมั่นมาตรฐานตรวจสอบ หากสิ่งใดผิดต้องไม่อยู่นิ่งเฉย ควรตรวจสอบแคนดิเดตนายกฯใหม่ที่ชื่อเศรษฐาด้วย ถ้าไร้มลทินข้อกล่าวหาก็จะสง่างามยิ่งขึ้น

ส่วนการประกาศความมั่นใจของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะหาเสียงสนับสนุนได้ครบจำนวน 375 เสียงนั้น นายจตุพรกล่าวว่า ดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้เลย ถ้ายึดหลักตามที่เคยประกาศสัญญากับประชาชนไว้ ไม่จับมือกับพรรค พปชร.ก็คงยาก