อสังหา ชี้สูตรตั้งรัฐบาล ทุกทางออกมีแต่ปัญหา จี้ ‘เพื่อไทย’ รีบตัดสินใจ ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน

อสังหา ชี้สูตรตั้งรัฐบาล ทุกทางออกมีแต่ปัญหา จี้ ‘เพื่อไทย’ รีบตัดสินใจ ฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน

หลังพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดทางให้พรรคเพื่อไทย(พท.) จัดตั้งรัฐบาล หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เจอทางตัน ไปไม่ถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างที่หวัง

วันนี้ 22 กรกฎาคม เป็นวันแรกที่พรรคเพื่อไทย เปิดหน้า เปิดดีล หยั่งเสียงจากพรรคการเมืองต่างขั้ว ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติพัฒนากล้า เพื่อตุนไว้โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ถึงคิวเป็นของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ทุกย่างก้าว ของฝ่ายการเมือง ที่กำลังคุกรุ่น ชิงไหวชิงพริบ พลิกกันไปมา ทั้งฉากหน้า ฉากหลัง เป็นสิ่งภาคเอกชนเฝ้าจับตามองไม่กระพริบ ว่าสุดท้ายจบแบบไหน หน้าตาว่าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร จะดูดีหรือยี้กันทั้งบาง

Advertisement

“เมื่อก่อนเราบอกว่าทุกปัญหามีทางออก แต่จากสถานการณ์การเมืองตอนนี้กลายเป็นทุกทางออกมีปัญหา เพราะไม่ว่าจะออกมาทางไหน สูตรไหน มีปัญหาหมด”

เป็นเสียงสะท้อนของ วรวุฒิ กาญจนกูล กรรมการกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและประธานบริหารบริษัท ดับบลิวเฮ้าส์ จำกัด

นายวรวุฒิยังกล่าวอีกว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมดตอนนี้สำหรับการเมือง และทุกทางมีปัญหาหมด ซึ่งภาคเอกชนก็ขอให้เป็นแนวทางที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนน้อยที่สุดและเป็นทางลงที่สวยงาม อยู่ที่การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยแล้วจะเลือกเดินทางไหน จะมีพรรคก้าวไกลหรือไม่มี แต่ดูโอกาสและการเดินเกมของพรรคเพื่อไทยวันนี้แล้ว โอกาสจะมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยนั้นคงยาก

“สุดท้ายไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นคุณเศรษฐาหรือคนอื่น ก็ขอให้ตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ไม่ใช่ดึงให้ลากยาวออกไป เพราะจะช้าเกินไป พรรคเป็นแกนนำก็ควรรีบตัดสินใจ เราอยากเห็นทางออกที่ประนีประนอมที่สุด ซึ่งนักลงทุนต่างชาติหรือนักธุรกิจไทยเอง ก็รอดูนโยบาย เพราะแต่ละพรรคนโยบายไม่เหมือนกัน”นายวรวุฒิกล่าว

นายวรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้หากตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณปี2567 การแต่งตั้งข้าราชการระดูงสูงแต่ละกระทรวงที่มีคิวจะเกษียณด้วย เพราะรัฐบาลรักษาการคงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องการรัฐบาลใหม่มาสานต่อ เช่น การส่งออกที่ลดลง การท่องเที่ยวที่ยังไม่เข้าเป้า

“ขอให้ทุกฝ่ายมองประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลต้องรีบตัดสินใจเลือกทางลงสักทางที่จบสวยๆ เป็นไปตามกฎกติกาที่มี ซึ่งหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ถือว่ามีประสบการณ์การบริหารเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องช่วยดูแลเรื่องการทุจริตและคอรัปชั่นอย่าให้มีมากจนเกินไป เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณถูกนำไปใช้กับการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจให้มากที่สุด” นายวรวุฒิกล่าว

ด้าน นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ มีแนวโน้มที่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะมีการสลับขั้วและเป็นรัฐบาลผสมระหว่าง 2 ขั้ว คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรครัฐบาลเดิม เป็นรัฐบาลกึ่งประชาธิปไตย โดยไม่มีพรรคก้าวไกล

ส่วนผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนายศานิตมองว่าน่าจะเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน ด้วยไฟต์บังคับของสถานการณ์ที่พลิกล็อกและบีบให้ออกมาให้จบที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องดูกันต่อไปว่ารัฐบาลใหม่จะมีความเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน

“คนที่เป็นนายกคนต่อไป ไม่ว่าคุณเศรษฐาหรือใครก็ตาม ต้องทำงานอย่างหนักและทำคนเดียวไม่ได้ ต้องหาทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ และลงมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เปราะบางโดยเร็ว อาจมาตรการด้านเศรษฐกิจเพิ่มมากระตุ้นระยะสั้นและเร่งสางหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อทุกภาคส่วน” นายศานิตกล่าวทิ้งท้าย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image