หน้าแรก การเมือง พท.ลุยเปิดเกม...

พท.ลุยเปิดเกมดีล ‘ภท.-ชพก.-รทสช.’ ช่วยหนุนรวมเสียงตั้ง รบ. หาทางออก

23.07.23 | 05:45 น.

พท.ลุยเปิดเกมดีล ‘ภท.-ชพก.-รทสช.’ ช่วยหนุนรวมเสียงตั้ง รบ. หาทางออก

 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท. พร้อมคณะ ได้นัดหมาย 3 แกนนำของพรรคการเมืองมาหารือกันตามเวลานัด ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อหาทางออกในการที่พรรค พท.จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต้องการอย่างน้อย 375 เสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ของที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค. นี้ ขณะเดียวกันได้ส่งคนทาบทามขอเสียงจาก ส.ว.เพื่อร่วมสนับสนุนด้วย

ในเวลา 13.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. พร้อมนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรค ภท. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภท. นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดินทางมายังที่ทำการพรรค พท. โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. ให้การต้อนรับ พาเข้าไปที่ห้องรับรอง ที่มี นพ.ชลน่าน รออยู่

ต่อมาในเวลา 14.35 น. นพ.ชลน่าน พร้อมนายอนุทิน และแกนนำทั้งสองพรรค ร่วมแถลงผลการหารือ นพ.ชลน่านกล่าวขอบคุณนายอนุทิน และคณะ ให้เกียรติมาหาเพื่อหาทางออกให้ประเทศในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้

Advertisement

เมื่อถามว่าเงื่อนไขพรรค ภท.ต้องไม่มีพรรค ก.ก.จะนำไปพิจารณาอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นข้อตกลง 8 พรรคร่วมที่จะนำไปหารือ พรรค ภท. ตอบชัดเจนถึงข้อจำกัด ถ้ามีพรรคก.ก.หมายถึง 8 พรรค 312 เสียง บวก 71 เสียง เป็นไปไม่ได้ และเป็นสิทธิพรรค พท.นำไปพูดคุย จากนี้จะนำเข้าที่ประชุม 8 พรรคร่วมเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

เมื่อถามว่าเชิญพรรคการเมืองที่ไม่เอาพรรค ก.ก. เป็นการบอกเลิกพรรคก.ก.ทางอ้อมหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสมมุติฐาน ไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะ 8 พรรคร่วมบอกให้ดำเนินการ พยายามประสานกับทุกพรรค ถ้าจะไปตั้งสมมุติฐานว่าเตรียมการเพื่อบอกเลิก คงเป็นการคิดเอง เพราะพรรค พท.ไม่ได้คิดอย่างนั้น

เมื่อถามว่า การเชิญพรรค ภท. มาเป็นการปิดตำนานความขัดแย้งในอดีตหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสมมุติฐาน เป็นคำถาม เชื่อว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกี่ยวกับพรรค เมื่อถามว่าคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” สามารถมาเริ่มต้นกันใหม่ได้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องส่วนบุคคล”

เมื่อถามว่าเป็นการฉีกเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ทำตาม 8 พรรคร่วม มอบหมายภารกิจให้มาทำ แล้วก็ไปแจ้ง 8 พรรค ดังนั้นต้องดูภายใต้เงื่อนไขตรงนั้นก่อน ยังตอบไม่ได้ว่าจะฉีกหรือไม่ฉีกอย่างไร

 

‘เสี่ยหนู’ ย้ำมี ‘ภูมิใจไทย’ ต้องไม่มี ‘ก้าวไกล’

ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า ขอบคุณพรรค พท.ที่เชิญมาพบ โดยมีบรรยากาศที่ดี พวกเราเคยอาศัยในอาคารนี้มาก่อน และดีใจคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ กับมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด วันนี้มารับทราบเจตนารมณ์และจุดประสงค์ของพรรคพท. ก็ตรงกับพรรค ภท. ในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง และประเทศไทยมีรัฐบาลเข้าบริหารราชการแผ่นดินให้เร็วที่สุด

“เราไม่ได้อยู่เอ็มโอยู 8 พรรค และบอกเจตนารมณ์ไปแล้วตามที่แถลงการณ์พรรค ภท.ว่า ถ้าเข้ามามีส่วนร่วมคงไม่สามารถทำงานได้กับพรรค ก.ก. ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องการวิธีการทำงานและความคิด เชื่อว่าพรรคพท.จะพิจารณาข้อกำจัดของเรา ถ้ามีอะไรที่ผ่านจุดที่เป็นอุปสรรคไปได้ พรรค ภท.พร้อมให้ความร่วมมือกับพรรค พท.” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า เงื่อนไขพรรค ภท.ที่ไม่เอาพรรค ก.ก. แต่ถ้าพรรค ก.ก.ลดเพดานมาตรา 112 จะพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้เรียนไปแล้วมันเกี่ยวกับวิธีการทำงานและแนวความคิด อยู่ในสภาทำงานด้วยกันมาตลอด ก็มีแตกต่างกันเยอะ
เมื่อถามว่า พรรค ภท.พร้อมโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. แล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ในสภาต่างคนต่างมีบทบาท ถ้าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็จำเป็นต้องโหวตคนละฟากกัน อย่างไรก็ตามยังต้องมีการพูดคุยกันอีกหลายรอบหลายประเด็น แต่ถ้ามีความจำเป็นว่าทำแล้วประเทศเดินหน้า ไม่ให้ประเทศติด ไม่ให้ประเทศมีอุปสรรค ก็จะพิจารณา

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์หลังการแถลงข่าวร่วมกัน ถึงเหตุผลที่ยังไม่ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมรัฐบาลว่า การจัดตั้งรัฐบาลต้องถามหัวหน้าพรรค พท. เพราะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะไปคุยกับพรรคขั้วรัฐบาลเดิมหรือไม่นั้น เรื่องนี้พรรค พท.เป็นฝ่ายดำเนินการ เหมือนสมัยที่พรรค ก.ก.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่พยายามไปจัดตั้งรัฐบาลที่ไหน และรักษากติกามารยาท ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะจบในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็น่าจะจบให้เร็วที่สุด เพราะระยะเวลาผ่านมากว่าสามเดือนแล้ว

 

 

‘สุวัจน์’ โชว์ 4 จุดยืนช่วยพท.ตั้งรัฐบาล

จากนั้นในเวลา 15.40 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค เดินทางมายังพรรคพท. เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤต ก่อนที่ต่อมา ทั้ง 2 พรรค ร่วมกันแถลงข่าว นพ.ชลน่านกล่าวว่า การหาเสียงสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล เป็นสิ่งที่รอไม่ได้จะสร้างความเสียหาย

นายสุวัจน์กล่าวว่า ก่อนมาหารือ ได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อกำหนดท่าทีในการเข้าร่วมรัฐบาล กก.บห.ชุดรักษาการมีมติพรรคเรื่องจุดยืนเข้าร่วมรัฐบาล ยินดีหนุนการจัดตั้งรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง พรรคชพก.มีจุดยืนทางการเมืองที่ประกาศไปก่อนการเลือกตั้ง 4 เรื่อง คือ 1.พรรคจะหนุนให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย 2.มีแนวทางหนุนพรรคการเมืองเสียงอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล แต่ถ้าตั้งไม่ได้ พรรคอันดับรองลงมาเป็นผู้จัดตั้ง 3.อยากเร่งรัดให้แก้วิกฤตเศรษฐกิจ 4.จุดยืนกับมาตรา 112 ว่าขอคงไว้และไม่มีการแก้ไข

นายสุวัจน์กล่าวว่า พรรคต้องการรักษาแนวทางการเมืองและคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน ฉะนั้นหลังประชุมรัฐสภาไป 2 ครั้งและไม่ได้นายกฯ จึงนำไปสู่การเปลี่ยนพรรคแกนนำจากพรรคก.ก.มาเป็นพรรคพท. ประกอบกับเป็นเสียงข้างมาก โดยการนำของพรรคพท.จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตรงตามจุดยืนเกือบทุกข้อ โดยพรรค ชพก.พร้อมเข้าร่วมกับพรรคพท.และพร้อมหนุนแคนดิเดตพรรคพท. ส่วนเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก.ก.นั้น หากยังคงอยู่จะไม่สอดคล้องกับมติพรรคชพก. จึงอาจไม่ร่วมกับพรรค พท.ได้

นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้าติดเงื่อนไขในมาตรา 112 พรรคพท.จะนำเรื่องนี้ไปแจ้งยัง 8 พรรคร่วม ส่วนพรรคก.ก.จะถอนตัวหรือไม่ ขึ้นกับการพิจารณาของพรรคก.ก. เพราะพรรคพท.ทำตาม 8 พรรคร่วมที่รับมาดำเนินการ

 

 

‘พีระพันธุ์-สุพัฒนพงษ์’ ร่วมหารือไม่ต้องปรึกษาบิ๊กตู่

ต่อมา เวลา 17.00 น. พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองหัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เข้าพบแกนนำพรรค พท.
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนของพรรค รทสช.ยังเหมือนเดิมหรือไม่ ไม่ร่วมงานกับพรรคก.ก. และไม่เอาการยกเลิก หรือแก้ไข มาตรา 112 นายพีระพันธุ์ พยักหน้า และกล่าวว่า ยังเหมือนเดิม เมื่อถามอีกว่า หากพรรค ก.ก.ลดเพดานเรื่อง มาตรา 112 จะร่วมหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำว่า จุดยืนเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า การมาหารือกับพรรค พท. ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีท่าทีอย่างไรบ้าง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวแล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ลาออกไปแล้ว และไม่ได้แจ้งให้ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคแล้ว

ต่อมา เวลา 18.05 น. นพ.ชลน่านพร้อมนายพีระพันธุ์ และแกนนำพรรค รทสช. ร่วมรับประทานมิ้นต์ช็อกโกแลต ที่ Thinklab creative space and cafe ตามธรรมเนียมการปฏิบัติที่แขกของพรรคมาเยือน

สำหรับในวันที่ 23 กรกฎาคม พรรคพท. มีคิวพูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกของประเทศร่วมกัน