‘ชลน่าน’ ปิดทางเลือก รอ ส.ว.หมดวาระ ตั้งคำถาม 10 เดือน คุ้มกับการแลกเปลี่ยน-สูญเสียหรือไม่ 

24.07.23 | 09:11 น.

‘ชลน่าน’ ปิดทางเลือก รอ ส.ว.หมดวาระ ตั้งคำถาม 10 เดือน คุ้มกับการแลกเปลี่ยน-สูญเสียหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเล่าเช้านี้

โดยตอนหนึ่ง นายสรยุทธถามว่า การหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมตามข้อสรุปของมติ 8 พรรคร่วม ที่เสนอ 3 แนวทาง โดยเฉพาะข้อที่ 2. คือ ที่ประชุมพรรคร่วมเห็นว่า ถ้าได้เสียง ส.ว.ไม่พอเพียง ให้พรรคเพื่อไทยไปพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เห็นควร เพื่อให้มาซึ่งเสียงสนับสนุน ซึ่งพรรคการเมืองที่จะไปพูดคุยเป็นเสรีภาพของพรรคเพื่อไทย น่าจะชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เท่าที่เราได้คำตอบ ครับ จาก 5 พรรคที่เชิญมาพูดคุย

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนการทำงานของพรรค พท.ใน 2 ประเด็น คือ 1.เราเชิญมาพูดคุยเพื่อหาแนวทางจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขของ 8 พรรค พรรค พท.ไปหาเสียงเพิ่ม ไม่ใช่เป็นการจัดตั้งรัฐบาล เพราะพรรค พท.ได้รับมอบภารกิจจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้เป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล โดยที่ พรรค ก.ก.พูดชัดเจนว่าภายใต้ MOU ของ 8 พรรค

และ 2.รูปแบบที่พรรค พท.ทำ หลายคนไปตีความว่าเราไปกดดัน ไปผลักดัน ตอนแรกเราคิดถึงธรรมเนียมเดิมตามพรรคต่างๆ ก็กลัวจะตีความว่าเราไปส่งเทียบเชิญ เพราะตามธรรมเนียมเดิม คือ ถ้าจะเทียบเชิญไปร่วมรัฐบาล จะต้องไปหาเขา เหมือนกับไปสู่ขอ เลยต้องขอให้พรรคภูมิใจไทยมาที่พรรค ดังนั้น สัญลักษณ์มันชัด

Advertisement

“เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม มีประชาชนเข้าใจผิด ว่าพรรคพลังประชารัฐได้รับการเชิญมาจัดตั้งรัฐบาล จึงมีความเข้าใจผิดเยอะแยะไปหมด” นพ.ชลน่านกล่าว

นายสรยุทธถามว่า แต่วิธีการอาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเหมือนกับมาให้พรรค 5 พรรคที่รู้อยู่แล้วว่าไม่เอา พรรค ก.ก. เหมือนมาให้พรรคเหล่านี้มาประกาศและกดดันพรรค ก.ก.ในทางอ้อม นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสิทธิเสรีภาพทางความคิดของคน เราไม่ได้คำนึงถึงจุดนั้น ทั้งนี้มีพรรคการเมืองแถลงและประกาศผ่านสื่อไปแล้ว เราในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ปรากฏชัดแจ้งไป เราไปพูดคุยกันลับๆ และออกมาพูด แถลง เดี๋ยวก็มีประเด็นปัญหาอีก จึงให้รู้และเห็นเลยว่ากระบวนการเป็นอย่างไร โดยทำงานภายใต้ข้อเสนอ 8 พรรคร่วม

นายสรยุทธถามว่า ทำไมไม่โทรศัพท์พูดคุยกันเลย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นวิธีที่ทำได้ แต่จะมีการตีความว่าเป็นการติดต่อประสานงานลักษณะบุคคล ไม่ใช่ในนามพรรค

ส่วนจะเป็นคำตอบที่รู้อยู่แล้วหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ใช่ครับ คำตอบที่เราฟังในมุมสาธารณะเป็นอย่างนั้น แต่เวลาพูดคุยเราก็มีประเด็นเพื่อหาทางออก ทั้งนี้มีหลายพรรค มีเงื่อนไขเรื่อง ม.112 เรารับโจทย์ในทางประชุมว่าไปถามในรายละเอียดว่าจะลดเงื่อนไขอย่างไร เพื่อให้ที่ประชุม 8 พรรคมาพิจารณา และเพื่อให้พรรค ก.ก.นำเอารายละเอียดเหล่านั้นไปพิจารณาว่าจะตอบคำถามตรงนั้นได้หรือไม่ ทั้งนี้ การที่พรรค ก.ก.จะลดเพดาน หรือกระทำการใดๆ เกี่ยวกับ ม.112 ต้องมีข้อเสนอจากผู้เรียกร้อง ซึ่งตนก็ได้ถาม และได้รับคำตอบจากทั้ง 5 พรรคแล้ว ซึ่งจะเป็นคำตอบที่จะไปตอบ 8 พรรคต่อไป

นายสรยุทธถามว่า ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่ใช่เฉพาะ ม.112 แต่ 4 พรรคมองว่าไม่สามารถร่วมงานพรรค ก.ก.ได้ เพราะแนวทาง วิธีการไม่ตรงกัน มีแค่พรรคชาติพัฒนากล้าเท่านั้น ที่ร่วมงานพรรค ก.ก.ได้ แต่ต้องไม่แตะ ม.112 นพ.ชลน่านกล่าวว่า ใช่ครับ ข้อสรุปแบบอย่างนั้น

โดยนายสรยุทธถามว่า เมื่อไม่ได้เสียง ส.ส.แล้ว เหลือคณะทำงานที่ไปหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ซึ่งทางพรรค พท.เคยบอกว่าถ้าจะโหวตแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค พท. ต้องมั่นใจว่าจะต้องได้ คือต้องได้เพิ่มประมาณ 63-64 เสียง ถ้าเป็นไปตามแนวโน้ม เสียง ส.ว.ไม่ได้ ทำให้ 8 พรรค มีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.พรรค ก.ก.ยอมเสียสละออกไป จะได้ทั้งเสียงจาก ส.ส. และได้เสียงจาก ส.ว.มาเติมด้วย จะได้ตั้งรัฐบาลแน่ 2.ยืนหยัด 8 พรรคแล้วรออีกฟากถ้าเสนอเสียงข้างน้อย ถ้าเขาเสนอก็สู้ แล้วถ้าตั้งก็ล้ม รอให้ ส.ว.หมดอำนาจ

นพ.ชลน่านตอบว่า แนวคิดนี้ที่เสนอ เป็นแนวทางนี้ แต่อาจจะมีแนวทางอื่น ตนพยายามอยู่ว่าจะมีแนวทางใดที่ 8 พรรคร่วมยังอยู่ด้วยกัน หรืออย่างน้อยหลักสำคัญยังมีพรรค พท. พรรค ก.ก. จับกันอยู่ และพยามยามมุ่งมั่นหาคะแนนเพิ่ม

ทางเลือกอื่นที่มีคนเสนออีก เช่น  พรรค พท.เป็นพรรคอันดับสอง ที่ได้รับมอบหมายจากพรรคอันดับหนึ่ง เมื่อพรรค พท.จัดไม่ได้ ในเมื่อเราหมดปัญญาแล้ว ทำไมไม่ส่งต่อให้คนอื่น ก็คือพรรคอันดับสาม แต่เขาจะหาเสียงได้ครบหรือไม่ แต่นั่นหมายความว่าเรายกเสียงข้างมากเราไปให้เสียงข้างน้อย แต่ทั้งหลายทั้งปวง หลังจากที่พูดคุยกันในวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. ก็จะเป็นข้อวิเคราะห์ ข้อตัดสินว่าเราเดินอย่างไร โดยเราต้องหาทุกทางว่าจะเพิ่มเสียงอย่างไร ส่วนทางเลือกที่สอง คือ มัดกันแล้วรอจังหวะเวลา ซึ่งรอได้ระดับไหน มันก็มีระดับ เช่น รอ 11 เดือน รอ 1-2 อาทิตย์ ซึ่งมีความหมายต่างกันเยอะ ต้องไปพิจารณา” นพ.ชลน่านกล่าว

นายสรยุทธถามว่า ที่ผ่านมาพรรค พท.มีท่าทีว่าปัญหาของประเทศรอไม่ได้ จำเป็นต้องรีบตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาแก้ปัญหา แต่อีกมุมหนึ่งมองว่า การรวมกันของพรรค พท.และพรรค ก.ก. จะกดดัน ส.ว.ว่าเป็นอุปสรรค ดังนั้น อาจจะไม่ถึง 10 เดือน มันจะต้องมีการยอมกันก่อนพฤษภาคม 2567 แน่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นทางเลือกที่ 2 ภายใต้เงื่อนไขที่เราเอาประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่แค่พรรค พท. ที่เห็นว่ามันเป็นปัญหากับประเทศชาติ และประชาชนคาดหวังว่าเลือกตั้งมาแล้ว ต้องมีรัฐบาลของประชาชนมาแก้ปัญหา

เพราะรัฐบาลรักษาการทำงานลำบากภายใต้เงื่อนไขนี้ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ต้องพูดถึงพัฒนา ถ้าเราจะปล่อยมันก็มีความลำบาก ซึ่งเป็นข้อสรุปของพรรค พท.ที่มองจากทุกมิติโดยรวม

นายสรยุทธถามว่า อย่างภาคเอกชน ก็บอกว่ารอไม่ไหว อย่างช้าสิงหาคม ต้องมีรัฐบาลอำนาจเต็ม นพ.ชลน่านกล่าวว่า ใช่ครับ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการคนทำงาน ภายใต้รัฐบาลรักษาการมีผลต่ออนาคตของรัฐบาลจากประชาชนมาทำงาน

นายสรยุทธถามว่า ท่าทางพรรค พท. คือ ประเทศไม่สามารถร้างรารัฐบาลได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ใช่ครับ อย่าให้ถึง 3 เดือนเลย 2 เดือนนี้ก็ค่อนข้างเหนื่อยแล้ว

นายสรยุทธถามว่า แนวทางเกาะกันให้แน่นแล้ว ส.ว.หมดวาระ เป็นไปไม่ได้ในมุมพรรค พท. นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในมุมพรรค พท. เราให้ลำดับความสำคัญน้อยสุด และไม่ควรจะเกิด ถ้าจะเกิดอย่างนั้น เราจะได้เพียงแต่ว่า เราจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่ไม่มี ม.272 มาเกี่ยวข้อง แต่การแลกอย่างนั้น มันจะคุ้มค่ากับการสูญเสียในระยะเวลา 10 เดือนหรือไม่ ถ้าคุ้มค่า ก็สมควรกับการแลก

นายสรยุทธถามว่า ถามตัดสินใจอย่างนั้น พรรค พท. จะกลายเป็นพรรคที่ถูกกล่าวหา ว่าไปร่วมเป็นนั่งร้านให้เผด็จการสืบทอดอำนาจ ไม่ปิดสวิตช์ 3 ป. นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น โดนแน่ๆ โดยเฉพาะไปยกอำนาจให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีให้ อันนี้เต็มๆ และถ้าให้พรรค พท.เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นแกนนำ และให้พรรคเหล่านั้นร่วมรัฐบาล ก็จะโดนอยู่ดี โจทย์เหล่านี้ เรามาคำนวณใคร่ครวญคิดอย่างรอบคอบ เราเคยอภิปรายไว้ในสภาไว้ชัดว่าเรื่องเด็ดหัว สอยนั่งร้าน แต่เราใช้กลไกทุกอย่างเพื่อขออำนาจจากประชาชน แต่พวกเราไม่มีใครได้อำนาจเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นพรรค ก.ก. และพรรค พท. ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งได้ 251 ขึ้นไปทุกอย่างมันก็จบ

แต่ยังมีพี่น้องประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ที่ถ้าเทียบคะแนน เขาไม่ได้เห็นคล้อยตามที่เราเสนอ เราซึ่งหมายถึงพรรคซีกเสรีประชาธิปไตย ซึ่งผมวัดจาก คะแนน ถ้าเราไล่เรียงกัน ของเขา 10 พรรคที่มัดกันแน่น ถ้ารวมเป็น 1 พรรค ได้ 188 เสียง เขาเป็นอันดับ 1 นะในสภา พรรค ก.ก.เป็นอันดับสอง ได้ 151 และพรรค พท.เป็นอันดับ 3 คือได้ 141 เมื่อเราไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาด จึงมีความลำบากสักนิด สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นภาพว่าทำไม พรรค พท.ถึงรณรงค์แลนด์สไลด์ เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมด สิ่งที่เราได้รับมามันไม่ถึงเป้า ต้องรับสภาพ หาวิธีการดำเนินการให้ดีที่สุด” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ซึ่งมั่นใจว่าในวันที่ 25 กรกฎาคม ถ้าไม่มีข้อสรุปที่ดี ยังไม่ตัดสินว่าจะไปไหน ทั้งนี้มีคนยกตัวอย่างว่าให้ พรรค พท.กระโดดตั้งข้ามฟาก ซึ่งสมมุติฐานนี้ทุกฝ่ายทุกคนเห็นว่าไม่ดี เรามาจากประชาชน เราคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ดังนั้น อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน

และถ้าไม่มีทางออกที่เสียน้อยที่สุด เช่น จำเป็นต้องเอาเสียงซีกนู้นมาบวก โดยมีเงื่อนไขที่ทุกพรรคพอรับได้ มันก็อาจจะเป็นทางออก ซึ่งทุกพรรคที่วางกติกาไว้ ก็เพื่อบ้านเมืองทุกสิ่งทุกอย่างคำนึงถึงประโยชน์โดยรวม ถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลง ปลดเงื่อนไข และหันหน้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนไปก่อน ผมมั่นใจว่าจะมีทางพอที่จะรับได้ อย่างพรรค พท.ก็ชัดเจน ความลำบากใจของเรา บางทีคิดถึงขนาดว่าถ้าเราทำถึงที่สุดแล้ว ไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ยกคืนกลับให้พรรค ก.ก.ยกให้พรรคอื่นที่มีความสามารถ และพรรค พท.ถอยออกมา แต่ว่าเราทิ้งประชาชน ทิ้งประเทศชาติไม่ได้

นายสรยุทธกล่าวว่า วันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะขอเลื่อนการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันที่ 25 กรกฎาคม จะเป็นตัวตัดสิน ถ้าวันที่ 25 กรกฎาคม ยังไม่มีแนวทางที่น่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อาจจะเลื่อนไปสักสัปดาห์หนึ่งก่อนหรือไม่ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี

นายสรยุทธกล่าวว่า ถ้าพรรค ก.ก.ยืนยันขอให้จับแน่น 8 พรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถ้ามีข้อเสนอเช่นนั้น เราต้องมาทำงานต่อว่าเราจะเป็นรัฐบาลได้อย่างไร ส่วนจะต้องให้พรรค ก.ก.ถอยอะไรหรือไม่ มองว่า พรรค พท.เป็นคนบอกกับพรรค ก.ก.ไม่ได้ แต่จะเอาข้อมูลข้อเท็จจริงให้ 8 พรรค และจะต้องให้เกียรติพรรค ก.ก.ตัดสิน

ส่วนเรื่องเหนื่อยหรือไม่ กับการรับทัวร์ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เหนื่อยมันมีอาการทางจิต และอาการทางกาย อาการทางกายไม่แสดงออกเท่าไหร่ อาการทางจิตก็พยายามระมัดระวังไม่ให้แสดงออกเลย ทัวร์มาเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีรถทัวร์ที่จำเป็นก็รับได้ ถ้ารถทัวร์ที่เข้าใจผิด อาจจะทำให้ทุกฝ่ายมีความเหนื่อยล้าได้

เมื่อวานที่มีมวลชนเข้าไปโยนแป้ง จะไม่ดำเนินคดีหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า พฤติการณ์ พฤติกรรม อาจจะเกินขอบเขตของกฎหมาย แต่ดูเจตนาน้องๆ ถ้ามาด้วยความบริสุทธิ์ ต้องการทวงถาม ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมือง การใช้กฎหมายที่ล้นเกินไปกระทำกับเยาวชน ตนไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ในมุมตน และพรรค จะไม่ดำเนินการเกินขอบเขต เกินสัดส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น