เดินหน้าชน : อย่ายืดเยื้อ

24.07.23 | 12:27 น.

เดินหน้าชน : อย่ายืดเยื้อ


ยังคงต้องลุ้นกันเหนื่อยกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะต้องฝ่าด่านแรกในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ แม้จะเป็นการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ที่รับไม้ต่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาจากพรรคก้าวไกล หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปต่อ

แต่ก็ยังการันตีไม่ได้ว่าการโหวตนายกฯ 27 ก.ค. จะสำเร็จอย่างที่แกนนำเพื่อไทยต้องการหรือไม่

แม้ 8 พรรคที่เอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาลที่หารือกันวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมามีมติออกมา 3 แนวทาง เพื่อให้การโหวตนายกฯสำเร็จ

Advertisement

ทั้งการระดมขอเสียงจาก ส.ว.ให้ได้ครบ 63 เสียง เพื่อให้เสียงสนับสนุนครบ 375 เสียง

หากเสียงของ ส.ว.ที่หาเพิ่มได้ยังไม่พอ ให้สิทธิพรรคเพื่อไทยในการเดินหน้าพูดคุยกับพรรคการเมือง อื่นๆ เพื่อเพิ่มเสียง

และแนวทางอื่นๆ นอกจากนี้ให้สิทธิเพื่อไทยพิจารณาดำเนินการ

3 แนวทางนี้ถูกจับตาว่าเป็นช่องทางในการเพิ่มขั้ว หรือผลักดันให้บางพรรคการเมืองไปเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

เพราะลำพังการขอเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.นั้นถือเป็นโจทย์ยากอยู่แล้ว แม้เพื่อไทยจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ท่าทีของ ส.ว.ส่วนใหญ่ยังตั้งป้อมไม่โหวตหนุนหากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล

ส่วนการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นที่อยู่ขั้วอำนาจเก่าแน่นอนไม่ใช่เรื่องยาก หากแลกกับเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล

จากถ้อยแถลงของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ค่อนข้างชัดเจนว่า หาก “แนวทางที่ 1-2 ไม่สำเร็จ จะเป็นแนวทางเลือกที่ 3 คือ ทางเลือกอื่นๆ อาจไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่ในสมการนี้”

ก่อนการโหวตนายกฯสัปดาห์หน้ายังต้องเกาะติดการเจรจาพูดคุยกับพรรคการเมืองขั้วเดิม หากเพื่อไทยจะเติมเสียงให้ครบ 375 ปิดสวิตช์ ส.ว. จะมีพรรคใดเข้าร่วมบ้าง ที่ชัดเจนและหารือแล้วมีพรรคภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ และชาติพัฒนากล้า

สุดท้ายเพื่อไทยจะตัดสินใจเดินหน้าอย่างไร และก้าวไกลจะไปต่ออย่างไรหากดึงขั้วอำนาจเดิมเข้ามา

ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของเพื่อไทย หากท้ายที่สุดแล้วขั้วรัฐบาลใหม่ไม่มีพรรคก้าวไกล แต่มีขั้วอำนาจเดิมเข้ามา

สิ่งสำคัญจะอธิบายอย่างไรกับกลุ่มคนที่สนับสนุนเพื่อไทย ที่มีความคาดหวังให้จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยจริงๆ

แน่นอนว่าย่อมจะมีผลอย่างมากต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

การข้ามขั้วโดยไม่มีพรรคก้าวไกลน่ากังวลว่าจะนำไปสู่การออกมาชุมนุมประท้วงที่ขยายใหญ่ และรุนแรงกว่าเดิมหรือไม่

ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย มองว่า “การจัดตั้งรัฐบาลยังมีความกังวล โดยเฉพาะเรื่องการชุมนุมทางการเมือง หากมีการพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล หรือดีลลับทั้งหมดเกิดขึ้นจริง จะมีคนลงถนน มีผู้ออกมาชุมนุม และถ้าการชุมนุมยืดเยื้อก็จะมีผลกระทบต่อธุรกิจแน่นอน

“การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรอบถัดไป ในมุมมองของคนทำธุรกิจนั้นก็อยากเห็นบ้านเมืองสงบ อยากเห็นการเมืองที่สู้กันในสภา สู้ในระบอบประชาธิปไตย อย่าให้ประชาชนต้องมาลงถนนเลย’

จนถึงตอนนี้ยังคาดเดาได้ยากว่าบทสรุปทางการเมืองจะจบที่สมการไหน

แต่หากยังตกลงกันไม่ได้ มีความยืดเยื้อในการตั้งรัฐบาล ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุน กระทบเศรษฐกิจ ประเทศเดินหน้าไม่ได้ แล้วใครจะรับผิดชอบ