หน้าแรก Election Slide ส.ว.อนุศิษฐ ไ...

ส.ว.อนุศิษฐ ไม่เชื่อถ้าก้าวไกลไม่ได้เป็น รบ. ความเปลี่ยนแปลงไม่เกิด ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ต้องเข้าใจ

24.07.23 | 11:42 น.

‘อนุสิษฐ’ ชี้แก้ปัญหา ปชช.มาก่อนจัดตั้งรัฐบาล เชื่อก้าวไกลเป็นคนรุ่นใหม่ มีคุณภาพ ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ ยัน ปท.พัฒนามาได้เพราะคนเก่าแก่

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายอนุสิษฐ คุณากร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้เป็นกระบวนการของ ส.ส. ซึ่ง ส.ว.มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่ง ส.ส.เองก็มีบทบาทหน้าที่ได้กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ อย่าไปคิดว่า ส.ส.เป็นพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรืออย่าไปคิดว่า ส.ว.มาจากเผด็จการ ขอให้พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

นายอนุสิษฐกล่าวว่า ส.ว.ก็มีหน้าที่ตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจของ ส.ว.มีรัฐธรรมนูญรองรับอยู่ว่าจะต้องตัดสินใจภายใต้เงื่อนไข รักษาชาติ รักษาอธิปไตย และรักษาสถาบันหลักของชาติ ทั้งนี้ ประชาชนได้มอบฉันทามติ ทำประชามติให้เราเข้ามาผ่านรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงอยากทำให้ประชาชน เพื่อนร่วมชาติ ไม่ว่าจะเป็นด้อมส้ม กลุ่มส้ม หรือจะเป็นคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง หรือเป็นคนที่ใส่เสื้อทุกๆ สีนั้นล้วนเป็นคนไทยทั้งสิ้น บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้ หรือไม่ก็ว่าเป็นเรื่องของความสงบเรียบร้อย เอกภาพและบูรณภาพของสังคมไทย เป็นเรื่องที่สำคัญ

นายอนุสิษฐกล่าวต่อว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เชื่อว่าชาติบ้านเมืองและผลประโยชน์ของชาติเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องการแสดงออกเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่หากเป็นการแสดงออกที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ เรื่องการทำความผิดต่อกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกหลานที่เป็นเยาวชน เราต้องอบรมกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยที่มีการเคลื่อนไหว มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายการเป็นพลเมืองที่ดี ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน ใช้สิทธิเสรีภาพได้แต่ต้องไม่ไปกระทบสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ซึ่งเป็นหลักของประชาธิปไตยอยู่แล้ว

“การอ้างประชาธิปไตยโดยเฉพาะการเลือกตั้งอย่างเดียวนั้น ผมคิดว่าไม่แฟร์กับประเทศชาติ ผมจึงเห็นด้วยว่าประชาชนมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง และเชื่อว่าพรรคการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศเขาก็จะต้องเอาเสียงประชาชนทั้ง 14 ล้านเสียง หากก้าวไกลได้เข้ามาร่วมรัฐบาลการขับเคลื่อนในส่วนนั้นก็จะดำเนินการได้ แต่หากก้าวไกลไม่ได้ร่วม ผมไม่เชื่อว่าพรรคการเมืองชุดใหม่จะไม่เอานโยบายของพรรคก้าวไกลมาดำเนินการ ซึ่งสิ่งที่ทำได้ก็เป็นประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้น” นานอนุสิษฐกล่าว

Advertisement

เมื่อถามถึงการเลื่อนโหวตนายกฯออกไปจากวันที่ 27 ก.ค. นายอนุสิษฐกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของประธานสภาและพรรคที่ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ส.ว.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในส่วนนี้ แม้แต่การเสนอและการรับรองบทบาทของ ส.ส.ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบทบาทของ ส.ว. เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ส.ส.โดยตรง

นายอนุสิษฐกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่หากไม่มีพรรคก้าวไกลจะทำให้จัดตั้งรัฐบาลได้ง่ายขึ้นว่า ก็เป็นข่าวที่ทราบเท่าๆ กับทุกคน เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยต้องนำไปพิจารณา

เมื่อถามว่าหากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นการผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้านและมีมวลชนจำนวนหนึ่งแสดงปฏิกิริยาหลังจากพรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐจนเกิดความวุ่นวาย นายอนุสิษฐกล่าวว่า เข้าใจพลังของประชาชน ความเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้นโยบายของพรรคก้าวไกลตามที่พรรคก้าวไกลได้หาเสียงไว้ แต่ไม่เชื่อว่าหากไม่มีพรรคก้าวไกลแล้วการเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างได้สะท้อนสิ่งที่เป็นปัญหาของชาติบ้านเมืองจากหลายมิติโดยเฉพาะจากพรรคก้าวไกลที่กล้ามองและกล้านำเสนอ ซึ่งเป็นประโยชน์ แต่ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้านประชาชนต้องเข้าใจเพราะประชาธิปไตยมีสองมุม ส่วนหนึ่งหากได้เป็นรัฐบาลก็จะได้เข้าไปบริหารประเทศ แต่หากได้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบการยื่นข้อเสนอความต้องการของรัฐบาลในฐานะเสียงจากประชาชนได้อยู่ดี

เมื่อถามถึงความกังวลถึงมวลชนหากพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล นายอนุสิษฐกล่าวว่าว่า ส่วนตัวแล้วมีความกังวลในเรื่องเหล่านั้นแน่นอน สำหรับบุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองโดยเฉพาะราชการ เพราะการเคลื่อนไหวของมวลชนเป็นการเคลื่อนไหวของลูกหลานเรา เยาวชนเรา พี่น้องเรา เพื่อนร่วมชาติเรา ดังนั้น การเคลื่อนไหวเหล่านั้นในระบอบประชาธิปไตย และการไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ แต่อย่าทำให้ชาติบ้านเมืองเกิดวิกฤตทางสังคมและเกิดความไม่สงบสุข

นายอนุสิษฐกล่าวด้วยว่า สุดท้ายแล้วคนที่ต้องรับผิดชอบคือผู้หลักผู้ใหญ่ เด็กๆ เยาวชนได้อธิบายและสร้างความเข้าใจในกระบวนการทางประชาธิปไตย เพราะกระบวนการที่แท้จริงไม่ใช่การเอาชนะเพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลเท่านั้น ในอดีตเราเคยมีพรรคฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง และในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ได้เห็นศักยภาพของพรรคก้าวไกลที่ทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง ประชาชนได้รับประโยชน์มาโดยตลอด ซึ่ง ส.ส.หลายคนของพรรคก้าวไกลเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ เป็นคนรุ่นใหม่ มีเวลามีประสบการณ์ แม้จะน้อย แต่ก็ควรนำประสบการณ์จากอดีต อย่าหลงลืมและละเลยการสร้างชาติของพวกเราทุกคน

เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยใน ส.ว.อีกครั้งหรือไม่ นายอนุสิษฐกล่าวว่า ส่วนตัวตอบแทนทุกคนไม่ได้ แต่สิ่งที่เห็นในช่วงเวลาที่ผ่านมามีความคิดเห็นที่เหมือนกันในหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะ ม.112 บทบาทและทิศทาง การปกครองตัวเองในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายอาญาระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ประชาชนหลายส่วนยังไม่เข้าใจว่าในท้ายที่สุดแล้วเรามีผลได้ผลเสียอย่างไร และประเทศชาติจะมีผลกระทบอะไร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง