หน้าแรก Election Slide ธนกร เห็นใจเพ...

ธนกร เห็นใจเพื่อไทย ชี้แค่หมั้นก็เลิกได้ ถ้าถูกคลุมถุงชน แนะรักด้วยหัวใจ ไม่ใช่สมอง

24.07.23 | 13:41 น.

‘ธนกร’ เผย​ รทสช. เตรียมประชุม ส.ส.​-กก.บห.หลังคุย พท. 26 ก.ค.นี้ บอกยังไม่ได้ร่วม รบ. ย้อนถามแฟนคลับส้ม ประเทศไทยมี ‘พิธา’ เป็นนายกฯได้คนเดียวหรือ ชี้ เด็กเกินไป เปรียบ​คู่รักแค่หมั้นก็เลิกได้​ หากถูกคลุมถุงชน​ ย้ำ ต้องรักด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยสมอง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร​ วังบุญคงชนะ​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงท่าทีพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังเดินทางร่วมหารือกับพรรคเพื่อไทยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าจะเป็นการส่งสัญญาณร่วมงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่​ว่า​

เป็นไปตามที่นายพีระพันธุ์​ สาลีรัฐวิภาค​ หัวหน้าพรรค ได้แสดงจุดยืนไปแล้ว แต่จะร่วมกันหรือไม่ ต้องมาหารือร่วมกันภายในพรรคก่อน ซึ่งจะมีการประชุม ส.ส.ในวันพุธที่ 26 เวลา 16.00 น.​ โดยหัวหน้าและเลขาธิการพรรค​ จะนำผลการหารือมาพูดคุยในที่ประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค พร้อมกับย้ำว่าก่อนหน้านี้หัวหน้าพรรคเคยแสดงเจตจำนงไปแล้วว่ามีแนวคิดอย่างไร​

ผู้สื่อข่าวถามถึงทิศทางแนวโน้มของ ส.ส.รวมไทยสร้างชาติ​ นายธนกรกล่าวว่า ตนมองว่า ส.ส.ภายในพรรคเป็นเอกภาพ​ ดังนั้น การพูดคุยเจรจาถ้ามีเงื่อนไขทำเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ตนก็คิดว่า ส.ส.ของพรรคไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า ได้มีการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ ในฐานะอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติแล้วหรือไม่ หลังการหารือร่วมกับพรรคเพื่อไทย​ นายธนกรกล่าวว่า​ พล.อ.ประยุทธ์​ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว แต่เท่าที่ตนได้พูดคุยและทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์อยู่​ แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ซึ่งการที่พรรครวมไทยสร้างชาติไปพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร

Advertisement

“ยืนยันว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศวางมือทางการเมืองไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดทางให้พรรครวมไทยสร้างชาติไปร่วมทางทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด​ เนื่องจากที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ก็เปรยตลอดว่าหากถึงเวลาที่เหมาะสม ท่านก็จะต้องวางมือ และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับทางการเมืองซึ่งเป็นแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์คิดไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เนื่องจากทำงานให้ประเทศชาติมากว่า 8-9 ปี ถึงเวลาที่เหมาะสมที่ท่านต้องพักผ่อน และหาเวลาไปทำประโยชน์ให้ประเทศชาติในมิติอื่น ซึ่งผมก็เชื่ออยู่แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์พร้อมที่จะทำงานให้ประเทศชาติ” นายธนกรกล่าว

เมื่อถามถึงแนวคิดของ นพ.ชลน่าน​ ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย​ ที่ออกมาระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก็เป็นหน้าที่ของพรรคในลำดับที่ 3 จะต้องจัดตั้งรัฐบาล จะถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่

นายธนกร​กล่าวว่า​ ตามหลักการ พรรคอันดับ 1 จัดตั้งไม่ได้ก็ต้องเป็นพรรคในลำดับที่ 2 และหากพรรคในลำดับที่ 2 ไม่สามารถจัดตั้งได้ก็เป็นพรรคลำดับที่ 3 เป็นไปตามหลักการทั่วไป​ ซึ่งตนก็เห็นใจพรรคเพื่อไทย เหมือนมติของ 8 พรรคร่วมให้ไปแสวงหาคะแนนเพิ่ม ในแนวทางต่างๆ เมื่อพรรคเพื่อไทยไปแสวงหาแกนนำพรรคก้าวไกลก็กลับเหน็บแนม​ และสมาชิกพรรคก้าวไกลก็บุกไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย และมีการใช้แป้งเกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อวาน​ ซึ่งตนมองว่าไม่เหมาะสม​

พร้อมกับระบุว่าเมื่อนายพิธา เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลต้องเข้าใจระบอบประชาธิปไตย และควรทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคที่รักใคร่ชอบพอ เพราะบรรยากาศแบบนี้เหมือนกับปล่อย ซึ่งมันเป็นทฤษฎี 2 ขา นำไปสู่ความขัดแย้งในที่สุด พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมต่างๆ สามารถทำได้เป็นไปตามที่นายสมบัติ​ บุญงามอนงค์​ หรือ บก.ลายจุด​ จัดกิจกรรม ซึ่งก็ไม่มีปัญหาเพราะทำตามกฎหมาย

“แต่แกนนำจะตั้งรัฐบาลอันดับ 1 คือวันนี้พอเป็นนายกฯไม่ได้​ ไม่มีใครเป็นได้แล้วหรือ นอกจากคุณพิธา​ ผมก็ไม่เข้าใจ เพราะที่ผ่านมาหากอันดับ 1 ตั้งไม่ได้ ก็อันดับ 2 ตั้งไป เป็นเรื่องปกติมากทางการเมือง และที่บอกว่ารอไปสัก 10 เดือน ส่วนตัวมองว่าเมื่อเลือกตั้งเสร็จกลไกการจัดตั้งรัฐบาล การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีก็ควรเดินหน้าไป ไม่ควร​ แม้มีอุปสรรคบ้าง เพราะมันเป็นการเมืองแบบรัฐสภา ซึ่งสามารถแก้ไขได้ ไม่ควรรอถึง 10 เดือนเพราะประเทศเสียหาย และประชาชนเฝ้ารอดูอยู่ และนักธุรกิจก็เฝ้ารอดูอยู่” นายธนกรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในพรรคเพื่อไทย วานนี้จะทำให้ MOU​ 8 พรรคร่วมล่มหรือไม่​ นายธนกร​ปฏิเสธว่า​ ตนไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย แต่ตนเห็นบรรยากาศแล้วที่มีการนำแป้งไปโรยนั้น ก็สงสาร นายสันติ​ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เพราะเลอะแป้งไปถึงศีรษะ ซึ่งมันไม่ควรมีบรรยากาศแบบนี้ เนื่องจากเป็นการเจรจาตามกรอบที่พรรคร่วม 8 พรรคได้มอบหมายให้พรรคเพื่อไทย​ ซึ่งในการเจรจาเบื้องต้นก็ต้องมีการพูดคุยว่าเขาคิดกันอย่างไร และมันยังไม่ได้ไปถึงจุดร่วมรัฐบาลกันเลย และเมื่อเกิดสถานการณ์อย่างนี้แล้วในอนาคตตนมองว่าก็อาจจะยุ่งยากเหมือนกัน

เมื่อถามว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พรรคเพื่อไทยควรจะบอกเลิกพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายธนกรปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวตนไม่ขอก้าวล่วง พร้อมกับกล่าวว่าหากพรรคในลำดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งได้ก็ควรเป็นพรรคในลำดับที่ 2 หากพรรคลำดับ 2 ไม่ได้ก็ควรเป็นลำดับที่ 3 ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองควรเข้าใจ และคิดว่าทุกพรรคที่ได้รับการเชิญไปพูดคุยก็เข้าใจ ไม่ใช่ว่าถูกเชิญไปพูดคุยแล้วจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อาจจะเป็นพรรคฝ่ายค้านก็ได้เราก็ไม่รู้ แต่นี่เป็นการเจรจาในเบื้องต้น

เมื่อถามว่า มองอย่างไรในท่าทีของพรรคก้าวไกลที่ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมออกจากพรรคร่วมรัฐบาล​ นายธนกร​กล่าวว่า

“แบบนี้มันเป็นเด็กเกินไปหรือเปล่า บ้านเมืองไม่ใช่เด็กเล่นขายของ เหมือนกับคนที่เป็นแฟนกัน หมั้นกันแล้วเขาก็เลิกกันได้ เหมือนพ่อแม่คลุมถุงชนมาอย่างนี้ วันหนึ่งเมื่อหมั้นกันแล้วพ่อแม่คลุมถุงชนมาเขาก็ยังเลิกกันได้เลย​ เพราะมันไม่ได้รักกันด้วยหัวใจ ดังนั้นคนที่จะแต่งงานกัน มันต้องมีความรักที่ออกมาจากใจ ไม่ใช่รักด้วยสมอง แต่ต้องรักด้วยหัวใจ”