สมการ การเมือง ของ เพื่อไทย ก้าวไกล บรรลุถึง ‘จุดตัด’

25.07.23 | 13:20 น.

คอลัมน์หน้า 3 – สมการ การเมือง ของ เพื่อไทย ก้าวไกล บรรลุถึง ‘จุดตัด’

เพียงผาดแรกที่เห็นสีหน้า แววตา ไม่ว่าของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่าของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อร่วมโต๊ะเจรจาที่พรรคเพื่อไทย

เปี่ยมด้วย “ความหวัง” มากด้วย “ความมั่นใจ”

ยิ่งเห็นการเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยิ่งเห็นการทางเข้าพรรคเพื่อไทยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ก็สัมผัสและรับรู้ได้ใน “กลิ่น” แห่ง “ความสำเร็จ”

Advertisement

เป็นความสำเร็จหากพรรคเพื่อไทยสามารถ “ตัด” พรรคก้าวไกลออกไปจาก “สมการ” ในทางการเมือง

เป็นความ “สมหวัง” ที่สามารถตั้ง “นายกรัฐมนตรี” ขึ้นได้

บนฐานแห่งความเห็นชอบของ “ส.ว.” บนฐานแห่งการยกมือจากพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา

เหมือนกับการปอกกล้วย “เข้าปาก” ได้อย่างง่ายดาย

พลันที่มีข่าวว่าอาจจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมรัฐสภาออกไปจากวันที่ 27 กรกฎาคม ก็เกิดคำถามตามมาอย่างร้อนรน

หากเป็นจริง ก็เท่ากับมีอุปสรรค เกิดปัญหา

คราวนี้ปัญหาไม่น่าจะมาจากปัจจัย “ภายนอก” เพราะไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล “เดิม” ล้วนเห็นชอบ หากพรรคเพื่อไทยทำตาม “ข้อเรียกร้อง”

สัญญาณแห่งความจำเป็นต้อง “เลื่อน” การพิจารณาชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจึงน่าจะมาจาก “ภายใน”

เป็นภายใน “เพื่อไทย” เป็นภายใน “8 พรรค”

กล่าวสำหรับพรรคก้าวไกลก็คงไม่สบายใจเท่าใดนัก เนื่องจากตนเองตกเป็นเป้าในการกำจัดเพราะกลายเป็น “จุดอ่อน”

แต่ที่สุดแล้วที่ชี้ขาดย่อมอยู่ที่ “เพื่อไทย” เป็นหลัก

ตามคำประกาศของพรรคเพื่อไทยภายหลังการหารือร่วมกับพรรคการเมืองหลายพรรคก็จะนำข้อเสนอเข้าสู่ 8 พรรคอันเป็นพันธมิตร

ที่แหลมคมเป็นอย่างมาก คือปมจาก “ก้าวไกล”

ความจริงหากอ่านจากท่าทีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แสดงออกในตอนท้ายของการแถลงข่าวก็มีความเด่นชัด

เด่นชัดภายใต้กัปปิยโวหารที่ให้ “ก้าวไกล” เสียสละ

ประเด็นก็คือ แนวทางของพรรคก้าวไกลจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชัดเจนว่า หากเกิดปัญหาจากเรือก็ต้องช่วยกันอุดรูรั่ว

มิใช่ “ถีบ” พรรคก้าวไกลออกไป

และที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ พรรคก้าวไกลจะไม่ยอมออกไปเอง การตัดสินใจในเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทย

เท่ากับมอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ตัดสินใจ

ระยะเวลาที่เหลือก่อนถึงกำหนดวาระการประชุมรัฐสภาในวันที่ 27 กรกฎาคมจึงเป็นเวลาอันละเอียดอ่อนและอ่อนไหว

ทั้งต่อ “เพื่อไทย” ทั้งต่อ “ก้าวไกล”

ดำเนินไปในลักษณะอันเป็น “จุดตัด” อันทรงความหมาย และจะกลายเป็น “เส้นแบ่ง” อันมากด้วยผลสะเทือนเป็นอย่างสูง

ไม่ว่า “ก้าวไกล” ไม่ว่า “เพื่อไทย”