แลเห็นภาพบรรดาแกนนำพรรคการเมืองหันหน้าเข้าหากัน และชนแก้วมิ้นต์ช็อกแล้วคงสร้างความรู้สึกดีใจให้แก่บรรดา ส.ว.
เพราะภารกิจโค่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และเขี่ยพรรคก้าวไกล กำลังสำเร็จ
แต่หากย้อนกลับมามองมุมของประชาชนแล้ว คงเสียใจสุดกำลัง
โดยเฉพาะประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางการเมืองในรอบ 10-15 ปีที่ผ่านมา
เป็นเพราะประชาชนเหล่านั้นเกลียดชังการทุจริตคอร์รัปชั่น และได้ร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล
ประชาชนเหล่านั้นหลงรักประชาธิปไตย และได้ออกมาเรียกร้องจนหลายคนเสียชีวิตบนท้องถนน อีกหลายคนได้รับบาดเจ็บ
การออกมาชุมนุมล้วนมาจากการปลุกระดม จนคนไทยผู้รักความเป็นธรรม ออกมาประท้วง ยอมทำตามจนต้องสูญเสีย
แกนนำ กลุ่มพลัง รวมทั้งพรรคการเมืองที่มีส่วนทำให้ชีวิตพวกเขาเป็นเช่นนั้น ต้องดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิต
เช่นเดียวกับรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงจนเป็นเหตุให้ประชาชนตายและบาดเจ็บก็ต้องแบกรับกรรมที่ทำไป
บังเอิญว่าแกนนำ กลุ่มพลัง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ผันตัวมาเป็นพรรคการเมือง และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขาหรือตัวแทนของพวกเขาได้กลับมานั่งชนแก้วประสานเสียง
ภาพที่ปรากฏย่อมทำให้ประชาชนเสียใจ
ตอกย้ำด้วยภาพการโหวตไม่เอา พิธา โดยรัฐสภา หลังจากที่ประชาชนเลือกพรรคก้าวไกลจนกลายเป็นพรรคอันดับ 1 และต้องการเห็นพิธาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
แต่ขณะนี้นายพิธาไร้ประตูที่จะก้าวสู่เก้าอี้นายกฯแล้ว ส่วนพรรคก้าวไกลที่เป็นพรรคอันดับ 1 ก็กำลังถูกเขี่ยให้เป็นฝ่ายค้าน
และมีคำทำนายว่าอาจมีการยุบพรรคก้าวไกลเป็นลำดับต่อไป
นี่ย่อมเป็นความจริงอันโหดร้าย
มิได้โหดร้ายเฉพาะประชาชนเท่านั้น แต่ยังโหดร้ายกับพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้รับไม้ต่อจัดตั้งรัฐบาลขั้วประชาธิปไตยด้วย
แต่เมื่อ 8 พรรค 312 เสียงที่จับมือกันรับภารกิจจากประชาชน
หนึ่ง ตั้งรัฐบาลขั้วประชาธิปไตย สอง ร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น
ทั้ง 8 พรรคจึงต้องร่วมกันทำให้ความฝันของประชาชนเป็นจริง
พรรคก้าวไกลจะยอมถอยไปอยู่ฝ่ายค้านเพื่อให้ ส.ว.โหวตสนับสนุนแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ หรือไม่ ต้องตัดสินใจ
พรรคเพื่อไทยจะต้องสลัดพรรคก้าวไกลไปอยู่ฝ่ายค้านเพื่อเอาใจ ส.ว. ให้โหวตสนับสนุนแคนดิเดตของพรรคเป็นนายกฯหรือไม่ ก็ต้องตัดสินใจ
ความจริงมันโหดร้าย เพราะการทำเช่นนั้นเท่ากับการเอาใจ ส.ว. และทำร้ายประชาชน
ขั้วประชาธิปไตยอาจต้องเสียสละ เพราะวุฒิสภากดดันไม่ยอมถอย
รัฐบาลและนายกฯคนที่ 30 อาจท้าทายต่อคำถามเรื่องความสง่างาม
และมีนักการเมืองหลายต่อหลายคนต้องเสียคน เสียอนาคต
หรือ 8 พรรคจะตัดสินใจกอดกันหนึบ แล้วร่วมกันหาทางออกท่ามกลางการคัดค้านจากวุฒิสภา ก็ต้องตัดสินใจเช่นกัน
นี่เป็นจุดหนึ่งของเวลา
เวลาปัจจุบันที่จะส่งผลถึงอนาคต
ขณะนี้ 8 พรรคน่าจะมีโอกาสคิดก่อนตัดสินใจ เพราะมติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อพิธาซ้ำ กำลังส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้เวลาในการวินิจฉัย
แต่ในที่สุด 8 พรรคก็ต้องตัดสินใจ
หากเริ่มต้นตรงจุดนี้อย่างถูกต้อง แล้วทำให้รัฐบาลขั้วประชาธิปไตยเกิดขึ้น และประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ในที่สุดการยอมรับย่อมเกิดขึ้น
แต่ถ้าจุดเริ่มต้นผิดพลาด ทำให้ทุกอย่างพังพาบ
เท่ากับว่า 27 ล้านเสียงของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงนั้นสูญไปเปล่า
มาถึงจุดนี้ คงต้องตัดสินใจ
ทั้ง 8 พรรคต้องตัดสินใจจะก้าวต่อไปอย่างไรเพื่อให้ฝันของประชาชนเป็นจริง
นฤตย์ เสกธีระ

