ย้อน “บวรศักดิ์” เลคเชอร์ชัด ถ้าพรรคตกลงไม่ได้ จะโหวตนายกฯเป็นปีก็ทำได้ ยกเคสอิตาลี-เบลเยียม ชี้ รธน.60 เปิดช่องไว้เอง ไม่เหมือนฉบับ 40-50 ให้เวลาแค่ 30 วัน
จากกรณีที่ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรก พบว่ามีประชาชนร้อยละ 43.21 ระบุว่าหาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ได้คะแนนเสียงไม่เพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรมีการเสนอชื่อนายพิธาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ โดยที่มีเสียงสนับสนุนแนวทางนี้ อย่าง นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ได้เสนอให้รอไปก่อน 10 เดือน จน ส.ว.หมดอำนาจท่ามกลางมีเสียงสนับสนุนและคัดค้าน ในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลนั้น
เรื่องนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้เคยบรรยายทางกฎหมายถึงเรื่องดังกล่าวเอาไว้ ผ่านชื่อคลิป วิชา กฎหมายรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 3 ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ โดยช่องยูทูบ ThaiLawStudent ซึ่งการบรรยายของเนติบัณฑิตยสภา ได้รวบรวมคลิป และเก็บรักษาคำบรรยายของท่านอาจารย์ทางกฎหมายไว้ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษากฎหมาย
โดย นายบวรศักดิ์กล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีในบทเฉพาะกาล ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ตอนหนึ่งว่า จริงๆ ตอนทำรัฐธรรมนูญ นักศึกษาต้องเข้าใจว่า อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ให้ ส.ส.เลือกอย่างเดียว แต่ว่า สนช.ก็จะเอาใจ คสช. ก็เสนอให้ไปถามประชาชนว่า ประชาชนจะให้ ส.ว.ร่วมเลือกไหมในประชามติ จำได้ไหม ประชามติปี 2560 มี 2 เรื่อง เรื่องแรก เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กับ เรื่องที่สอง จะให้ ส.ว.เข้าไปมีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ และให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯด้วย อ.มีชัยถึงนำร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เขียนให้ ส.ว.เลือกนายกฯ กลับมาแก้ตามประชามติ
ส่วนการได้มาซึ่งนายกฯ บทเฉพาะกาลกับบทถาวรมันเขียนต่างกัน ในบทถาวรบอกว่า พรรคการเมืองต้องแจ้งให้ กกต.ทราบว่า ถ้าตัวเองได้รับเลือกตั้งแล้วจะให้ใครเป็นนายกฯ พรรคละไม่เกิน 3 ชื่อ แล้วต้องประกาศชื่อเหล่านั้นให้ประชาชนทราบ เพื่อว่า ถ้าประชาชนเห็นชื่อนายกฯพรรคไหนดีก็จะได้เลือกพรรคนั้น อันนี้ก็โปร่งใส่ดี พอเลือกตั้งเสร็จ พรรคที่จะเสนอชื่อตามบัญชีได้ ต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5% หรือ 25 คน จาก 500 คน ให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย เรียกชื่อทีละคน คนที่จะได้เป็นนายกฯต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง แต่เลือกเสร็จเมื่อไหร่รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เขียนไว้ โดยรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 เขาบอกว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดประชุมสภา ถ้า 30 วันแล้ว ยังไม่มีใครได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง ก็ให้เลือกหนที่ 2 หนที่ 2 นี้ถ้าใครได้คะแนนเสียงสูงสุดให้นำชื่อคนนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ
“แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เขียนเวลาล็อกเอาไว้เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 กับปี 2550 ก็แปลว่า เลือกไปได้เรื่อยๆ ถ้าพรรคการเมืองตกลงกันไม่ได้ อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีก็ได้ คุณอย่านึกว่าไม่เกิดนะ เกิดแล้วในอิตาลี ตอนแบร์ลุสโกนีพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประชุมสภาเท่าไหร่ๆ คะแนนก็ไม่ถึงครึ่ง รัฐบาลแบร์ลุสโกนีก็ต้องรักษาการไปเรื่อยๆ เป็นปี ในเบลเยี่ยมก็เคยเกิดแล้ว รัฐธรรมนูญปี 2540 กับรัฐธรรมนูญปี 2550 ถึงล็อกเวลาเอาไว้ ว่า ถ้า 1 เดือนหรือ 30 วันผ่านไปแล้ว มันยังไม่มีใครได้คะแนนเกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร อีก 15 วันหลังจากนั้นให้เลือกอีกครั้ง แล้วใครได้คะแนนสูงสุดคนนั้นต้องเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว” นายบวรศักดิ์ระบุ
ขอบคุณ ThaiLawStudent นาทีที่ 40 เป็นต้นไป

