หน้าแรก การเมือง เปิดฟังความเห...

เปิดฟังความเห็นแล้ว! ‘ร่าง พ.ร.บ.สิทธิมนุษยชน’ ฉบับใหม่ ชี้ชัด โดนขัง-คดีอาญา มีสิทธิอะไรบ้าง?

25.07.23 | 16:28 น.

เว็บไซต์กฤษฎีกา เปิดฟังความเห็น ‘ร่าง พ.ร.บ.สิทธิมนุษยชน’ ฉบับใหม่ ชี้ชัด โดนขัง-คดีอาญา มีสิทธิอะไรบ้าง?

เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เผยแพร่โครงการรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชน พ.ศ. … ผ่านทางเว็บไซต์ www.law.go.th

สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชน พ.ศ. …. ดังกล่าว ร่างขึ้นเพื่อให้การดําเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนภาครัฐ สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตลอดจนมีกลไกในการคุ้มครอง มีการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงการเยียวยาให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดําเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และดําเนินงานด้านพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศ

โดยเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็น จนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถส่งความเห็นได้ที่ https://www.law.go.th/listeningDetail…

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.สิทธิมนุษยชน พ.ศ. …. แบ่งออกเป็น 6 หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา 6 – 16, หมวดที่ 2 สิทธิมนุษยชน มาตรา 17 – 59, หมวดที่ 3 ความร่วมมือและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชน มาตรา 60 – 65, หมวดที่ 4 การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน มาตรา 66 – 79, หมวด 5 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านสิทธิมนุษยชน มาตรา 80 – 83,หมวดที่ 6 การประสานงานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มาตรา 84 – 86

ทั้งนี้ ในหมวดที่ 2 ‘สิทธิมนุษยชน’ ระบุสาระสำคัญ มาตรา 18 ว่า บุคคลมีสิทธิในการกําหนดเจตจํานงและสถานะทางการเมืองของตนอย่างเสรี

มาตรา 19 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครองบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ เพศสภาพ วิถีทางเพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัด ต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือความคิดเห็นอื่นใดจะกระทํามิได้

นอกจากนี้ ในหมวดที่ 2 ส่วนที่ 1 ระบุเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ไว้ด้วยว่า

มาตรา 23 ห้ามมิให้ทรมาน หรือปฏิบัติ หรือลงโทษบุคคลด้วยวิธีการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี

มาตรา 24 ห้ามมิให้เอาคนลงเป็นทาส หรือให้มีฐานะคล้ายทาส และห้ามค้าทาสในทุกรูปแบบ

มาตรา 25 ห้ามมิให้มีการเกณฑ์แรงงาน

มาตรา 26 บุคคลย่อมมีสิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยของร่างกาย การค้นตัวบุคคลหรือการกระทําใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกายจะกระทํามิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ การจับบุคคลจะกระทํามิได้ เว้นแต่มีคําสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ การควบคุมหรือคุมขังบุคคลจะกระทํามิได้ เว้นแต่มีคําสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่น ตามที่กฎหมายบัญญัติ

บุคคลที่ถูกจับ ควบคุม หรือคุมขังมีสิทธิได้รับการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายโดยมิชักช้า
มาตรา 27 ผู้ถูกจับหรือผู้ถูกคุมขังต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม และเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ผู้ถูกคุมขังต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมและแตกต่างจากผู้ต้องโทษ, ผู้ถูกคุมขังที่เป็นเด็กและเยาวชนต้องแยกออกจากผู้ถูกคุมขังที่เป็นผู้ใหญ่ และให้นําตัวขึ้นพิจารณาพิพากษาคดีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ และต้องได้รับการปฏิบัติให้เหมาะสมกับวัยและสถานะทางกฎหมาย

มาตรา 31 บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและเสมอภาคกันในการพิจารณาคดีของศาลในการพิจารณาคดี คู่ความย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณาอย่างเปิดเผยและเป็นธรรมโดยศาล ซึ่งมีเขตอํานาจ มีความเป็นอิสระ เป็นกลาง และได้รับการจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

ศาลมีอํานาจสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับเมื่อเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพื่อความจําเป็นเกี่ยวกับส่วนได้เสียในเรื่องชีวิตส่วนตัวของคู่กรณี หรือเพื่อป้องกันความลับอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศมิให้ล่วงรู้ถึงประชาชน คําพิพากษาของศาลต้องอ่านโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ เว้นแต่มีเหตุจําเป็นเพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชน หรือเป็นกระบวนพิจารณาเกี่ยวด้วยข้อพิพาทของคู่สมรสในเรื่องการเป็นผู้ปกครองเด็ก

มาตรา 32 ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้

ในการพิจารณาคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจําเลยย่อมมีสิทธิดังต่อไปนี้

(1) สิทธิที่จะได้รับการแจ้งข้อกล่าวหา ในภาษาซึ่งบุคคลนั้นเข้าใจได้

(2) สิทธิที่จะปรึกษาทนายความที่ตนเลือกและได้รับความสะดวกเพียงพอแก่การเตรียมการเพื่อต่อสู้คดี

(3) สิทธิที่จะได้รับแจ้งให้ทราบถึงสิทธิในการมีทนายความโดยไม่เสียค่าตอบแทนตามที่กฎหมายกําหนด หากบุคคลนั้นไม่มีทนายความ

(4) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม

(5) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคําขอปล่อยชั่วคราวภายในเวลาอันสมควร และจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณีมิได้ การไม่ให้ประกันต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

(6) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าบุคคลนั้น และสิทธิที่จะต่อสู้คดีด้วยตนเอง หรือโดยผ่านทางทนายความที่ตนเลือก

(7) สิทธิที่จะซักถามพยานซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อตน และขอให้เรียกพยานฝ่ายตนมาซักถามภายใต้ เงื่อนไขเดียวกับพยานซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อตน

(8) สิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากล่ามโดยไม่คิดมูลค่า หากไม่สามารถเข้าใจหรือไม่สามารถพูดภาษาไทยได้

(9) สิทธิที่จะไม่ถูกบังคับให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองหรือให้รับสารภาพผิด

(10) วิธีพิจารณาความสําหรับเด็กและเยาวชนให้เป็นไปโดยคํานึงถึงอายุของเด็กและเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการแก้ไขฟื้นฟูความประพฤติของบุคคลนั้น

(11) บุคคลทุกคนที่ต้องคําพิพากษาลงโทษในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อศาลได้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อทบทวนการลงโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ

(12) เมื่อบุคคลใดต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษในความผิดอาญา และภายหลังจากนั้นมีการกลับคําพิพากษาที่ให้ลงโทษบุคคลนั้น หรือบุคคลนั้นได้รับอภัยโทษ โดยเหตุที่มีข้อเท็จจริงใหม่ หรือมีข้อเท็จจริงที่ได้ค้นพบใหม่อันแสดงให้เห็นว่าได้มีการดําเนินกระบวนการยุติธรรมที่มิชอบ บุคคลที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการลงโทษตามผลของคําพิพากษาลงโทษ เช่นว่าต้องได้รับการชดเชยตามกฎหมาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ยังไม่รู้ให้ทันเวลาเป็นผลจากบุคคลนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน

(13) บุคคลย่อมไม่ถูกพิจารณา หรือลงโทษซ้ําในความผิดซึ่งบุคคลนั้นต้องคําพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษ หรือให้ปล่อยตัวแล้วตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา