พีมูฟ ชูข้าวต้มมัด 8 พรรคต้องไม่ทิ้งกัน แถลง ‘ปิดสวิตช์ ส.ว.’ 10 เดือนรอได้ ทนอยู่ในสังคมเสื่อมทรามกว่า 91 ปี ชี้ พรรคไหนคิดจับมือฝ่ายสืบทอดอำนาจ = หักหลัง ปชช.
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เขตรามคำแหง กรุงเทพฯ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ P-move นำโดย นายจำนงค์ หนูพันธ์ ร่วมอ่านแถลงการณ์ เรื่อง ยืนยันหลักการ 8 พรรคร่วมตามเจตนารมณ์ประชาชน พร้อมรอ 10 เดือน #ปิดสวิตช์ ส.ว. เพื่อแสดงจุดยืนและเรียกร้องต่อพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 8 พรรค รักกันมั่น ไม่ทิ้งกัน และเรียกร้องสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้เคารพเสียงประชาชน โดยระหว่างอ่านแถลงการณ์ มีการชูข้าวต้มมัด และโลโก้ 8 พรรค

สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าว มีดังกล่าวมีเนื้อหาความว่า
จากการประชุมสภาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 และวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นับเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับภาคประชาชน จากปรากฏการณ์การเปิดประชุมสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากพรรคที่ได้เสียงข้างมากกว่า 14 ล้านเสียงโดยการนำของพรรคก้าวไกล และรวมกันของอีก 7 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเป็นธรรม, พรรคเพื่อไทรวมพลัง และพรรคพลังสังคมใหม่ รวมคะแนนได้ 312 เสียงเพื่อเสนอการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ข้อตกลง MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาล แต่ถูกสกัดกั้นจากฝั่งผู้มีอำนาจทุกวิถีทาง ทั้งการใช้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และการอภิปรายถึงการแก้ไขมาตรา 112 ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่โจมตีฝั่งตรงข้าม รวมถึงท่าทีของสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่สนับสนุนฝั่งที่ได้เสียงข้างมากขึ้นมาเป็นรัฐบาล

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พรรคที่ได้เสียงข้างมากกว่า 14 ล้านเสียงถูกกดดันอย่างหนักจาก ส.ว. และพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการที่ต่างออกปากว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลและไม่โหวตให้หากมีพรรคก้าวไกลร่วม ท่ามกลางความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทำให้เรากังวลว่าพรรคก้าวไกลอาจถูกบีบออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นอกจากนั้น การสังคกรรมกับพรรคฝ่ายเผด็จการ อาทิ ภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ และชาติไทยพัฒนา ถือเป็นการละเลยเสียงเรียกร้องของประชาชนที่เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่แล้ว และเกิดกระแสตีกลับไปที่พรรคก้าวไกล ซึ่งเราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเป็นเกมการเมืองของฝ่ายอนุรักษนิยม ทั้งที่ความผิดนั้นเป็นของพวก ส.ว. ที่ไม่เคารพเสียงของประชาชน เป็นไส้ติ่งของระบอบเผด็จการ
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ขอประกาศจุดยืนและข้อเรียกร้อง ดังนี้
1. 8 พรรคฝั่งประชาธิปไตย ต้องยึดมั่น เคารพเสียงประชาชน ยืนยันตามครรลองตามประชาธิปไตย หากมีความจำเป็น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ขอยืนยันรอได้ 10 เดือนเพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. เนื่องจากเราอยู่ในรัฐบาล คสช. มา 9 ปี และรอมาแล้วกว่า 91 ปีนับตั้งแต่การใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรก อยู่ในสังคมที่เสื่อมทรามไร้ความเป็นธรรมมาอย่างยาวนาน เราไม่ต้องการดำรงอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการอีกต่อไป และหากพรรคการเมืองใดคิดจะจับมือฝ่ายสืบทอดอำนาจเผด็จการ เราจะไม่ยอมรับรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม ไม่เคารพ และหักหลังประชาชน
2. เราขอส่งเสียงไปถึงสมาชิกวุฒิสภา ให้ยึดมั่นยืดหลักเคารพและฟังเสียงประชาชน โดยการโหวตสนับสนุนให้พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรคที่มาจากเสียงข้างมากและยืนหยัดอุดมการณ์เคารพเสียงประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ายังไม่เคารพเสียงข้างมากของประชาชนก็ลาออกไปเสีย อย่ามากินภาษีประชาชนอีก
3. เรายืนยันผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทุกหมวด ทุกมาตรา เดินหน้ามุ่งสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นมรดกเผด็จการ เป็นกลไกสืบทอดอำนาจที่เหนี่ยวรั้งประเทศให้ถอยหลัง
เราทนดำรงอยู่อย่างเจ็บปวดภายใต้รัฐบาลทราม ได้รับผลกระทบหนักท่ามกลางความเหลื่อมล้ำต่ำสูง แบกความหวังในนามประชาชนเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งหวังเปลี่ยนแปลงสังคม ไม่ใช่เพื่อให้ใครมาทำลายความหวังในอนาคตที่ดีกว่าของเรา เสียงของพวกเราประชาชนคือเจตจำนงอันแรงกล้า ไม่ควรมีใครที่จะขัดเจตนารมณ์อันทรงสิทธิของเราได้แม้สักคน เราไม่ยอม!
จงเคารพเสียงประชาชน
แถลง 25 กรกฎาคม 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการอ่านแถลงการณ์ ได้มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการนำข้าวต้มมัดผูกด้วยเชือกสีส้มและสีแดง 8 มัดมาวางไว้ และถือโลโก้พรรคร่วมตาม MOU 8 พรรค โดย นายจำนงค์เผยว่า เป็นการแสดงออกข้อเรียกร้องของพีมูฟ ว่าพรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 8 พรรคต้องรักกันให้มั่น ไม่ทิ้งกัน เหมือนข้าวต้มมัด
“สัญลักษณ์ของข้าวต้มมัด คือการยืนยันว่า 8 พรรคการเมืองต้องรักกันให้เหมือนข้าวต้มมัด ก่อนหน้านั้นก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไปไม่ได้เพราะติด ส.ว. ติด กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องรักก้าวไกลให้เหนียวแน่นเหมือนข้าวต้มมัด ไม่สามารถถีบพรรคก้าวไกลออกจากพรรคร่วมได้ ถ้าเพื่อไทยรักประชาธิปไตย ก็ต้องรักก้าวไกลและพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคที่ร่วมลงนามใน MOU ด้วย” นายจำนงค์กล่าว


