หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล เตรีย...

ก้าวไกล เตรียมยื่นวาระหารือ ปธ.สภา ทบทวนมติ ชงชื่อ ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ซ้ำ

25.07.23 | 20:20 น.

ก้าวไกล เตรียมยื่นวาระหารือ ปธ.สภา ทบทวนมติ ชงชื่อ ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ซ้ำ

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุม ส.ส.พรรค ก.ก. วันนี้จริงๆ แล้วต้องนำไปสู่การเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภา แต่เมื่อได้มีการประกาศงดการประชุมสภาแล้วนั้น ทำให้ไม่สามารถพิจารณาวาระใดๆ ได้เลย พรรค ก.ก. จึงได้มีการถกเถียงกันในประเด็นต่างๆ และมีมติที่เกี่ยวพันกับการดำเนินของพรรค ก.ก. ในสภาต่อไป ประการแรก เดิมทีในวาระประชุม มีวาระหลักๆ อยู่ 2 วาระ คือวาระในการเลือกนายกรัฐมนตรี และการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. หากไปดูกรณีที่ทุกฝ่ายพูดตรงกันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน เป็นปัญหาที่ไม่สามารถรอคอยได้ พี่น้องประชาชนต้องการให้มีผู้นำในการแก้ไขปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่ามีการงดการประชุม ซึ่งทำให้การพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีล่าช้าออกไป และเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เป็นโอกาสที่เราจะได้พูดคุยและหาทางออก

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ประการที่สอง ถึงแม้จะมีการอ้างในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการตีความข้อบังคับที่ประชุม ข้อที่ 41 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น แต่ในวาระการประชุมรัฐสภาไม่ได้มีวาระเพียงแค่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะเหตุใด ทำไมถึงไม่เอาวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่พรรค ก.ก.ต้องการจะยกเลิก หยิบขึ้นมาพิจารณา เราไม่จำเป็นต้องปล่อยเวลาเอาไว้เฉยๆ สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ แล้วก็หาทางออกให้กับ ส.ว.ที่ต้องการปิดสวิตช์ตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะได้เดินหน้าออกจากความขัดแย้งที่เรื้อรัง เป็นชนักติดหลังทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้

ประการที่สาม การที่เรารอคอยว่าสุดท้ายแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อไป ทำให้การพิจารณาเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี อยู่บนความไม่แน่นอน เพราะสุดท้ายเราไม่มีทางรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ซึ่งส่งผลให้การเลือกนายกรัฐมนตรีช้าออกไป โดยที่สภาไม่สามารถหาทางออกให้กับสังคมได้ พรรคก้าวไกลเราเชื่อมั่นในการทำงานของสภา และในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ควรจะเป็นครั้งที่ 2 ในการเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายรัฐสภามีมติตามขัอบังคับที่ 41 ประกอบข้อ 151 ว่าการจะเสนอชื่อนายพิธาซ้ำไม่สามารถทำได้

“วันนี้ทุกฝ่ายกระจ่างอย่างชัดเจนว่าการตีความเหล่านั้นไม่ถูกต้อง ดังที่ปรากฏหน้าสื่อ แต่ก็มีสังคมบางส่วนที่บอกกับพรรคก้าวไกล ว่า เราควรจะร้องศาลรัฐธรรมนูญ เรียนตามตรง เราไม่อยากเห็นการเข้ามาแทรกแซงอำนาจของรัฐสภาด้วยศาลรัฐธรรมนูญอีกแล้ว พรรคก้าวไกลมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราสามารถจัดการกันเองได้ในสภา” นายรังสิมันต์กล่าว

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า วันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เห็นว่า การตีความข้อบังคับดังกล่าวเป็นการตีความที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พรรค ก.ก. จึงเสนอทางออกให้สังคมเพื่อฝ่าด่านนี้ หากเราพิจารณาข้อบังคับการประชุมในข้อต่างๆ เราสามารถยื่นญัตติขอให้สภาทบทวนญัตติที่เคยมีไปแล้ว ซึ่งสภาสามารถทำได้ เป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่สภา ที่เราจะต้องมีมติและข้อวินิจฉัยที่แตกต่างกันออกไป

ดังนั้น ในการประชุมครั้งต่อไป เราจะหารือกับประธานรัฐสภา และยื่นญัตติต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาทบทวน ซึ่งหากสภาเห็นด้วยกับข้อเสนอจะทำให้การเสนอนายกรัฐมนตรีไม่ต้องผูกพันกับข้อมติเดิมอีกต่อไป ทำให้สามารถเสนอบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซ้ำได้