1 ใน 115 อาจารย์นิติศาสตร์ ร่วมแถลงการณ์ค้านมติรัฐสภา ถูกมหาวิทยาลัยเตือน แจงเห็นปัญหา ‘ลำดับศักดิ์ กม.’ จริง หวังปกป้องหลักการ จากนี้จะทำในนามส่วนตัว พร้อมรับผิดชอบทุกอย่างที่อาจตามมา
จากกรณีที่ 115 คณาจารย์นิติศาสตร์จาก 19 สถาบัน ร่วมกันออกแถลงการณ์ “ไม่เห็นด้วย” กับ มติของรัฐสภาที่ให้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด พร้อมเล็งเห็นปัญหา “ลำดับชั้นกฎหมาย” อีกทั้งเอาการเมืองมาอยู่เหนือหลักกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด จึงขอเรียกร้องให้รัฐสภายกเลิกมตินี้ หาไม่แล้วการเรียนการสอนนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเรื่องลำดับชั้นของกฎหมาย และหลักการปกครองโดยกฎหมายที่มีหลักรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดยากที่จะดำเนินโดยปกติในประเทศไทยต่อไปได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกของ 1 ในคณาจารย์ที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ ได้รับการตักเตือนจากมหาวิทยาลัย
จดหมายดังกล่าวระบุว่า จดหมายเปิดผนึก ถึงมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของข้าพเจ้า
จากกรณีที่ข้าพเจ้าได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ 115 คณาจารย์นิติศาสตร์ 19 สถาบันเรื่อง ไม่เห็นด้วยกับมติของรัฐสภาที่ให้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลให้มหาวิทยาลัยรู้สึกไม่สบายใจและได้มีการตักเตือน (อย่างไม่ทางการ) มานั้น ข้าพเจ้าขอชี้แจงใน 2 ประเด็นดังนี้
1.แถลงการณ์ 115 คณาจารย์นิติศาสตร์ข้างต้น คือการเห็นพ้องร่วมกันของคณาจารย์นิติศาสตร์ที่ไม่ว่าฟากไหน หรือสีใดล้วนต่างมองว่า การที่ประธานรัฐสภาเปิดให้มีการโหวตและลงมติจนกระทั่งเกิดเป็นประเด็นข้อบังคับรัฐสภาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นปัญหาอย่างมากต่อวงการนิติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะในประเด็นเชิงหลักการอย่างเรื่อง “ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย” ที่ทุกมหาวิทยาลัยทั่วประเทศต่างมีการเรียนการสอนในเรื่องนี้ กล่าวคือ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด กฎหรือข้อบังคับอื่นใดที่มีลำดับต่ำกว่าจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ นี่คือหลักการที่ประเทศเสรีประชาธิปไตยทั่วโลกต่างเข้าใจและยึดถือปฏิบัติอย่างเป็นสากล
แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าบัดนี้ข้อบังคับรัฐสภาซึ่งเป็นกฎหมายในลำดับชั้นที่ต่ำกว่ากำลังขัดแย้งต่อหลักการของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะหากลองพิจารณาที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 และมาตรา 272 จะเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้ห้ามไว้แต่ประการใดว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนเดิมจะกระทำไม่ได้ ดังนั้น นี่จึงเป็นปัญหาในเชิงหลักการอย่างชัดเจน ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง หรือเป็นการเชียร์ใครเป็นพิเศษแต่อย่างใด ข้าพเจ้าจึงมองไม่ออกว่าการร่วมลงนามในแถลงการณ์ 115 คณาจารย์นิติศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควร หรือสร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัยอย่างไร
ตรงกันข้าม ข้าพเจ้ากลับมองว่าในฐานะอาจารย์กฎหมายคนหนึ่งควรต้องรีบลงนามอย่างยิ่งเพื่อยืนหยัดปกป้องหลักการทางกฎหมายเพื่อปกป้องวิชาชีพกฎหมาย และเพื่อแสดงให้มหาวิทยาลัยอื่นเห็นว่ามหาวิทยาลัยของเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะผมเองก็อยากให้นิติศาสตร์ของเราทัดเทียมกับนิติศาสตร์ที่อื่น เพราะฉะนั้น การกระทำของผมทั้งหมดจึงล้วนมาจากความตั้งใจที่ต้องการจะยึดมั่นในหลักการ เพราะหากยังปล่อยให้มีการบิดเบือนหลักการแบบนี้อยู่เรื่อยๆ การเรียนการสอนนิติศาสตร์คงทำได้ยาก และคงไม่สามารถตอบคำถามหรืออธิบายให้นักศึกษาเข้าใจได้ว่าทำไมข้อบังคับของรัฐสภาจึงใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ
2.แม้ข้าพเจ้าจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ผมทำนั้นทำให้มหาวิทยาลัยไม่สบายใจอย่างไร แต่ในฐานะอาจารย์ในสังกัดของมหาวิทยาลัยข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามในสิ่งที่มหาวิทยาลัยบอก โดยหลังจากนี้ทุกการเคลื่อนไหว (ทางการเมือง) ทุกงานที่ปฏิบัติ ฯลฯ ผมจะทำในนามส่วนตัวทั้งหมด จะไม่มีการนำชื่อของมหาวิทยาลัยเข้าไปเกี่ยวข้องอีก
ข้าพเจ้าขอเรียนว่านี่ไม่ใช่การประชดประชัน หากแต่เป็นความต้องการที่ข้าพเจ้าอยากจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้ทำลงไป ข้าพเจ้ายินดียุติทุกการเคลื่อนไหว รวมถึงยุติทุกกิจกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ (ที่อาจส่งผลเสียต่อมหาวิทยาลัย) ข้าพเจ้าเคารพในความเห็นต่างและจุดยืนที่มหาวิทยาลัยเลือก
ดังนั้น ข้าพเจ้าขอพูดชัดๆ อีกทีครั้งว่า ข้าพเจ้าขออภัยต่อมหาวิทยาลัย คณบดี เพื่อนอาจารย์ในโปรแกรมวิชานิติศาสตร์ รวมถึงทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำที่ข้าพเจ้าได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าว จากนี้หากมีการลงนามในแถลงการณ์อื่นๆ หรือการแสดงความคิดทางวิชาการในประเด็นต่างๆ ข้าพเจ้าจะไม่นำชื่อของมหาวิทยาลัยเข้าไปเกี่ยวข้องอีก ทุกเรื่องหลังจากนี้ข้าพเจ้าจะกระทำในนามส่วนตัวทั้งหมด และหากมีอะไรเกิดขึ้นข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยความเคารพ
อาจารย์มหาวิทยาลัยชายขอบคนหนึ่ง
25 ก.ค.2566
อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยฯชี้แจงว่า จดหมายฉบับนี้เป็นของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ได้รับการตักเตือนจากมหาวิทยาลัยภายหลังจากการร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ 115 คณาจารย์นิติศาสตร์จาก 19 สถาบัน ทั้งนี้ แอดมินได้เอาชื่อจริงของผู้เขียนออก เพื่อสวัสดิภาพและความมั่นคงในการงานของผู้เขียนตัวจริง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

