หน้าแรก การเมือง หมอ ซัดคิดได้...

หมอ ซัดคิดได้ไงหยุด 6 วัน กระทบคนทำงาน-ชีวิตผู้ป่วยบ้านไกล ต้องเลื่อนคิววุ่น

26.07.23 | 10:45 น.

หมอถาม ‘รัฐบาล’ คิดได้ไง หยุด 6 วันติด ชี้กระทบคนทำงาน-ชีวิตผู้ป่วยบ้านไกล ต้องเลื่อนคิววุ่น 

จากกรณี ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษประจำปี 2566 ในวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งจะทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม-วันอังคารที่ 2 สิงหาคม รวม 6 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

เพจ หมอหนุ่ม ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในฐานะของบุคลากรทางการแพทย์ ต่อเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ความว่า

“…ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับการประกาศวันหยุดเพียง 6 วันก่อนที่จะถึงวันนั้น
มันมีราคาที่ต้องจ่ายกับสิ่งนี้มากมายนะครับ ราคาที่ว่าไม่ใช่ราคาตัวเงิน แต่มันเป็นราคาของชีวิตคนไข้ และราคาของชีวิตคนทำงานครับ

1. ผมมีนัดคนไข้ผ่าตัดไว้เรียบร้อยแล้วในวันที่ 31 และคนไข้เหล่านี้คือคนไข้มะเร็งที่ผมนัดผ่าตัดมาเดือนกว่า และตอนนี้คิวผ่าตัดมะเร็งผมอยู่ที่เดือนกว่าๆ นั่นหมายความว่าถ้าวันจันทร์นี้ผมผ่าตัดไม่ได้ ผมก็ต้องเลื่อนการผ่าตัดไปอีกเดือนกว่า
เพราะผมไม่สามารถเอาคนไข้คนนี้ไปแทรกคนไข้คนอื่นที่นัดผ่าตัดไว้แล้วได้
มันส่งผลเสียต่อคนไข้และระบบการนัดคนไข้อย่างมากนะครับ

Advertisement

ไม่รวมคนไข้โรคธรรมดาที่วันนั้นผมก็นัดผ่าตัดเช่นกัน ซึ่งก็นัดไว้ตั้งแต่ 3 เดือนที่แล้ว เพราะคิวผมอยู่ที่ 3 เดือนโดยประมาณ ดังนั้นถ้าวันจันทร์นี้ผ่าตัดไม่ได้ ผมก็ต้องเลื่อนเขาออกไปอีก 3 เดือน นั่นคือเขาจะได้ผ่าตัดอีกทีเดือนตุลาคม

เพราะจากนี้ถึงตุลาคม ผมก็มีคนไข้อยู่เต็มตารางอยู่แล้ว

คุณไม่คิดถึงผลกระทบกันเลยครับ คิดจะหยุดก็หยุด แล้วมันจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือเปล่า

2. คราวนี้ความลำบากก็จะอยู่ที่ห้องฉุกเฉินแน่นอนครับ เพราะแค่วันธรรมดานอกเวลาราชการ ก็จะมีคนไข้ที่ไม่ฉุกเฉิน แต่มาฉุกเฉินมากพออยู่แล้ว คราวนี้มันก็จะมีคนไข้ที่ยาหมดที่วันนัดวันนั้นพอดี คนไข้ที่นัดไว้วันนั้น แต่ติดต่อเลื่อนนัดไม่ได้ และก็มาโรงพยาบาลวันนั้นแล้ว เขาก็ต้องหาทางเพื่อจะได้รับการรักษา และห้องฉุกเฉินก็คือช่องทางนั้นครับ เว้นเสียแต่โรงพยาบาลสร้างช่องทางเพิ่ม เพื่อ “วิกฤต” ในครั้งนี้
ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่อีกเช่นกัน เพราะเจ้าหน้าที่ก็คนหนึ่งคนเหมือนกัน
เขาก็วางแผนชีวิตของเขาไว้เช่นกัน

3. ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนที่หัวหมุนมากที่สุด คือคนที่โทรประสานงานเพื่อเลื่อนนัดคนไข้ครับ มันไม่ใช่คนไข้จำนวนน้อยๆนะครับ มันเป็นคนไข้นัดหลายร้อยคนในหนึ่งโรงพยาบาลและโรงพยาบาลในประเทศไทยก็มีเป็นพันโรงพยาบาล มันส่งผลกระทบมากมายอย่างไม่น่าเชื่อเลยละครับ

4. คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนไข้ครับ คนไข้ที่ต้องถูกเลื่อนผ่าตัด ก็ต้องได้รับการรักษาที่ช้ากว่าเดิน คนไข้ที่อยู่ในบ้านอยู่ในชนบทห่างไกลเมือง บางครั้งก็ติดต่อเขาไม่ได้ และเขาก็ต้องเหมารถมาเป็นเงินหลายพันบาท เพื่อมาพบว่า… เขาไม่สามารถได้รับการตรวจกับหมอ เพราะวันนั้นเป็นวันหยุด

คนไข้กลุ่มนี้มีอยู่จริงนะครับ แม้คุณจะบอกว่าเทคโนโลยีการสื่อสาร และข่าวคราวตามสื่อก็ออกข่าวเรื่องนี้มากมาย แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องนี้ครับ และก็จะมาโรงพยาบาลตามนัดหมายอยู่ดี

อย่าคิดแต่จะสั่งให้หยุดก็หยุดครับ มันมีราคาที่ต้องจ่ายอีกมากมายครับ อาจจะมากมายกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของคุณอีก คิดได้ไง!”

ล่าสุด หมอยังได้โพสต์ต่อในประเด็นเดิมอีกว่า “…เหมือนคุณประกาศวันหยุดออกมา
เพื่อสร้างความขัดแย้งให้คนในสังคมจริงๆ

หลายโรงพยาบาลประกาศไม่หยุด เพราะกลัวจะกระทบผู้ป่วย แล้วถ้าราชการบอกให้หยุด แต่โรงพยาบาลให้เจ้าหน้าที่มาทำงาน เขาต้องได้รับค่าตอบแทนนอกเวลาราชการมั้ย เพราะเขาทำงานนอกเวลาราชการ ที่ภาครัฐประกาศให้เป็นวันหยุด?

แต่ก็มีหลายโรงพยาบาลที่เห็นประกาศแล้ว ก็ต้องรีบจัดการเลื่อนนัดคนไข้ โทรบอกคนไข้ เพราะโรงพยาบาลต้องปิด ตามประกาศเป็นวันหยุดราชการของรัฐบาลแล้วโรงพยาบาลเหล่านี้ คิดถึงคนไข้น้อยกว่าโรงพยาบาลกลุ่มแรกมั้ย?

มันเกิดการปฏิบัติที่ต่างกัน 2 กลุ่ม แล้วกลุ่มไหนถูกกลุ่มไหนผิด กลุ่มที่เลือกที่จะหยุดตามประกาศรัฐบาล แบบนี้จะเรียกว่า เขาไม่คิดถึงคนไข้หรือเปล่า ในเมื่ออีกกลุ่มก็เปิดอยู่

แถมตอนนี้มีแถลงข่าวออกมาว่าอีกว่า ให้หัวหน้าส่วนราชการสั่งไม่ให้หยุดได้

อ้าวเฮ้ย! แล้วไงต่อละ แล้วที่จัดการเลื่อนคนไข้ เลื่อนผ่าตัด เลื่อนทุกอย่าง เคลียร์ทุกอย่างไปแล้ว ให้ตายเถอะ เหมือนเรากำลังเล่นขายของสมัยเด็กเลย

ผมว่าหัวหน้ากระทรวงเรา (ปลัดกระทรวงนะ) ต้องออกมาประกาศให้ชัดเจนแล้วละครับ
ว่าจะให้พวกเราชาวสาธารณสุขทำอย่างไร”