‘วันนอร์’ ยัน รอศาล รธน.วินิจฉัย เป็นเรื่องดีกับทุกฝ่าย หากวิธีเลือกไม่ถูก ก็ต้องย้อนกลับไป 

26.07.23 | 12:51 น.

‘วันนอร์’ ยัน รอศาล รธน.วินิจฉัย เป็นเรื่องดีกับทุกฝ่าย หากวิธีเลือกไม่ถูก ก็ต้องย้อนกลับไป 

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์กรณีการเลื่อนประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฎาคม โดยมีการมองว่าเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ว่า สาเหตุที่งดการประชุมในวันที่ 27 กรกฎาคม เนื่องจากผู้ตรวจการฯ มีมติว่าการเลือกว่ามติวันที่ 19 กรกฎาคม ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญจึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เมื่อมีผู้สงสัยก็ส่งให้องค์กรสูงสุดวินิจฉัยเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่ยั่งยืน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาก็จะผูกพันทุกองค์กรที่จะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งศาล รธน.จะพิจารณารับหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ดีกับทุกฝ่าย

“การที่สภาเลื่อนออกไป จำเป็นต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลกระทบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าวิธีการเลือกไม่ถูกต้อง เราก็ต้องย้อนกลับไป ไม่ใช่เกิดความเสียหายเฉพาะเวลา แต่จะเกิดความเสียหายกับคนที่เราเลือก รวมทั้งกระบวนการในการดำเนินการต่อไปด้วย” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ดังนั้นต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ มีอยู่หลายแนวทาง ถ้าไม่รับ สภาก็ดำเนินการต่อ ถ้ารับ แล้วบอกให้รอก็ต้องรอ ถ้ารอแล้วผลวินิจฉัยออกมาเป็น 2 แนวทาง ก็ต้องปฏิบัติตามเดิม ตามรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับที่ 9 เราก็ต้องปฏิบัติตามว่าจะเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำได้หรือไม่ ยืนยันไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่เป็นการปฏิบัติของรัฐสภา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจะได้ไม่เสียเวลาโดยใช่เหตุ หากยังยืนยันที่จะประชุมในวันที่ 27 กรกฎาคม อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับองค์ประชุมเพราะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แจ้งว่า ในวันที่ 28 กรกฎาคม จะมีพระราชพิธีที่สำคัญในทุกจังหวัด ส.ส. ส.ว. ในทุกจังหวัดก็จะไปร่วมพิธีตั้งแต่เช้า หากมีการประชุมในวันที่ 27 กรกฎาคม ก็จะกลับไปไม่ทัน เพราะบางคนอาจจะไม่เดินทางมา เพราะจะไปร่วมในงานพิธีดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่กังวล และหากเลื่อนออกไปก็จะทำให้การประชุมมีความเรียบร้อยกับทุกฝ่าย

เมื่อถามว่าหากเลื่อนการเลือกนายกฯ ออกไป ถ้ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกนายกฯ จะเกิดขึ้นได้เมื่อใด จะเกิดขึ้นได้กลางเดือนสิงหาคมหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ก็อยู่ที่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่รับ ถ้าไม่รับก็เดินหน้าต่อไป และถ้ารับก็ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ชะลอหรือไม่ หากสั่งไม่ชะลอจำเป็นต้องรอหรือไม่นั้น ขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะถ้ารอนานเกินไปจะเกิดความเสียหาย คิดว่า ศาลรัฐธรรมนูญคงจะทราบดีว่า เป็นเหตุการณ์เร่งด่วน เพราะประเทศจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรี คงยกระดับพิจารณาเร็วและเสร็จเร็ว แต่ไม่สามารถไปคาดคั้นได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด คิดว่าถ้ารอก็คงไม่นาน
เมื่อถามว่าการเลือกนายกฯ จะเกิดขึ้นเร็วที่สุดเมื่อไหร่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เกิดขึ้นทันที เร็วที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพราะมันไม่มีอะไร ทันทีที่สามารถจะออกหนังสือเชิญประชุมได้ทัน แต่ช่วงนี้หยุดยาวไปหน่อย ไม่อยากให้รอเสียเวลาแม้แต่น้อย เพราะเป็นสิ่งที่จะต้องทำ ถ้าวินิจฉัยว่าศาลไม่รับคำร้องก็เร็วแน่นอน

Advertisement

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลเตรียมจะเสนอญัตติให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาการลงมติข้อบังคับที่ 41 นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า มันเป็นกระบวนการเดิม ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เช่น สภาเคยวินิจฉัยหากไม่ตรงกันแล้วเกิดความขัดแย้งในการปฏิบัติ ซึ่งสภาได้วินิจฉัยแล้ว เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม มีผู้เห็นว่าขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญจึงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคิดว่าน่าจะได้ข้อยุติ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาวินิจฉัยใหม่ ส่วนจะเสนอให้วินิจฉัยข้อบังคับที่เท่าไหร่ก็เสนอได้ แต่ต้องดูว่าทำได้หรือไม่อย่างไร และจะมีปัญหาหรือไม่อย่างไร เพราะเรื่องนี้อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าต้องขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ประธานรัฐสภากล่าวว่า ใช่ อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก คำวินิจฉัยและคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญจะผูกพันที่สภาและองค์กรอื่นๆ ต้องปฏิบัติตามหมด เพราะฉะนั้นถ้าเราวินิจฉัยไม่ตรงก็จะเกิดความยุ่งยากในการปฏิบัติ

เมื่อถามว่าการวินิจฉัยดังกล่าวจะเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐสภาหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็พิจารณาเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อะไรที่ทำแล้วขัดหรือไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญเขาก็ไม่ทำ