กระทู้ถามสดสอบถามปัญหาการได้มาคณะกรรมการโครงการชุมชนเข้มแข็งในพื้นที่เขตคลองสาน
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) มีการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหัวหน้าส่วนราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ เป็นประธาน
ในตอนหนึ่ง นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง การแก้ไขปัญหาการได้มาซึ่งคณะกรรมการโครงการชุมชนเข้มแข็งพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ถูกต้องตามระเบียบในพื้นที่เขตคลองสาน
“คณะกรรมการกองทุนในชุมชนได้รับการเลือกมาอย่างไม่ถูกต้อง โดยนำคนที่ไม่ได้อยู่ในชุมชนมาคัดเลือก เห็นว่าการได้มาของคณะกรรมการไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ การเปิดเวทีชาวบ้านเพื่อเลือกคณะกรรมการชุมชนใหม่ ทำให้งานพัฒนาชุมชนค้าง ดำเนินการไม่ทันและเบิกจ่ายไม่ทัน จึงขอถามผู้บริหารว่าปัญหาลักษณะนี้จะแก้ไขอย่างไร การได้มาซึ่งคณะกรรมการกองทุนในชุมชนมีวิธีอย่างไร ครุภัณฑ์และวัสดุที่จัดซื้อสามารถใช้งบประมาณนี้จัดซื้อได้หรือไม่ และหากเบิกจ่ายไม่ทันสามารถกันเงินเหลื่อมปีได้หรือไม่” ส.ก.สมชายกล่าว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการสำคัญในการกระจายอำนาจไปสู่ชุมชน และเป็นหนึ่งในนโยบายตั้งแต่ต้นของฝ่ายบริหาร หัวใจสำคัญคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จะทำให้ประชาชนได้เรียนรู้การบริหารจัดการเอง
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการได้มาของคณะกรรมการดังกล่าว ว่า การได้มาจะมีหลักเกณฑ์และแนวทางซึ่ง กทม.ได้หารือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับหลักเกณฑ์ให้เหมาะสม และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด โดยกำหนดสัดส่วนจำนวนกรรมการตามจำนวนชุมชนในแต่ละพื้นที่เขต สำหรับเขตคลองสานมี 33 ชุมชน มีกรรมการ 6 คน จะมาจากการคัดเลือกโดยชุมชนทั้งหมด ทั้งนี้ คณะกรรมการที่ ส.ก.กล่าวถึงอาจหมายถึงคณะกรรมการทำงานจัดทำแผนพัฒนาชุมชน ซึ่งมีจำนวน 7-15 คน และเลือกโดยคนในชุมชนเท่านั้น

นายสมชาย ส.ก.เขตคลองสาน ยังสอบถามถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์และพัสดุที่จัดซื้อเหมือนกันของชุมชน เช่น ถังขยะ เข่งขยะ ถังดับเพลิง และเครื่องเสียงตามสาย สามารถใช้งบประมาณโครงการจัดซื้อได้หรือไม่ หากจัดซื้อได้ควรแยกซื้อหรือรวบรวมนำมาเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์
นายศานนท์ รองผู้ว่าฯ ตอบว่า สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ หัวใจของงบประมาณนี้อยากจะกระจายให้ทุนและชาวบ้านช่วยกันพิจารณาอยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยการจัดซื้อจะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี 2560 เพราะฉะนั้นจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณที่หน่วยงานได้ดำเนินการ แต่อย่างไรการจัดสรรทั้งหมด ถ้ามีงบประมาณที่เป็นหมวดเดียวกันหรือว่าตัวเดียวกัน แล้วได้งบประมาณในคราวเดียวกัน
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า อยากทราบว่าทำไมการจัดซื้อถังขยะของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน จำได้ว่างบประมาณปี 2566 ซึ่งกรุงเทพมหานครก็ยังไม่มีการจัดซื้อถังขยะสักครั้ง และในกรณีแบบนี้ชุมชนจะซื้อได้หรือไม่
“ผมมีความข้องใจตรงนี้นิดหนึ่ง เมื่อไหร่ของเราจะซื้อได้ ก็เกิดคำว่าซ้ำซ้อนขึ้นมา อยากจะขอระยะเวลาการจัดซื้อของงบประมาณปี 2566 ที่เราตั้งงบไว้ด้วย” นายสมชายกล่าว
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตอบว่า เรื่องการจัดซื้อถังขยะงบประมาณปี 2566 ขณะนี้สำนักสิ่งแวดล้อมกำลังจัดซื้ออยู่ สำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์และวัสดุสามารถใช้งบจัดซื้อได้หรือไม่ ตอบว่า การจัดซื้อต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง ในส่วนของการจัดซื้อถังขยะซึ่งสอบถามมา อยู่ระหว่างการดำเนินการโดยสำนักสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว แต่หากชุมชนประสงค์ซื้อในวงเงิน 200,000 บาท ก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมการในชุมชนเป็นหลัก กรณีไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทัน สามารถกันงบเหลื่อมปีได้หรือไม่นั้น เขตต้องประชุมชุมชนและจัดทำโครงการให้ได้ก่อน หากก่อหนี้ได้ก็เป็นอำนาจผู้ว่าฯกทม.พิจารณา แต่หากก่อหนี้ไม่ได้ต้องเสนอสภา กทม.ขอกันเหลื่อมปีต่อไป
“กรณีการจัดซื้อวงเงิน 2 แสน สามารถทำได้ไหม ตามหลักเกณฑ์สามารถทำได้ อยู่ที่ความต้องการของกรรมการชุมชน หรือว่าคณะกรรมการ ที่มีการพิจารณากันในชุมชนเป็นหลัก” นายจักกพันธุ์กล่าว

จากนั้นนายสมชายถามในประเด็นถังดับเพลิง ว่า ทราบว่ามีงบลงชุมชนเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ทราบว่าสำนักการวางแผนและพัฒนาเมือง (สวพ.) จัดซื้อตรงนี้ไปถึงไหน เพราะจะเกิดคำถามเดียวกันคือซ้ำซ้อน
นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตัวถังดับเพลิงที่สั่งซื้อไปในล็อตที่กำลังจะมา ตอนนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจำนวน 9,979 ถัง โดยมีเขตสวนหลวงขอเพิ่มเติมมาบ้างบางส่วน ทางสำนักงานเขตสามารถจัดซื้อได้ และเป็นขนาด 6 A
นายสมชายกล่าวต่อไปว่า เรื่องถังดับเพลิง เป็นห่วงมาก เนื่องจากเก็บไปหมดแล้ว
นางสาวทวิดากล่าวว่า ได้ทำแผนที่ถังดับเพลิง ตอนนี้ใกล้เสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ถังดับเพลิงที่คงอยู่ในชุมชนที่ปูพรมไว้ คงเหลืออยู่ในชุมชนโดยรวมแล้วทั้งหมดทั่วกรุงเทพมหานคร 28,931 ถัง จากการติดคิวอาร์โค้ดนี้จะทำให้เราเห็นช่องว่างของชุมชนที่เป็นชุมชนต่อมาตรฐาน 5 หลังคาเรือนต่อ 1 ถัง และได้เห็นช่องว่างของพื้นที่ความเสี่ยงของชุมชนแต่ละชุมชน
“ถังใหม่กว่า 9 พันถัง ที่กำลังไปติดตั้งนี้ จะไปพร้อมคิวอาร์โค้ดที่ระบุตำแหน่งของถัง ประเภทของถัง และการบำรุงรักษาครั้งล่าสุดของถัง และรวมถึงถังเดิมที่เคยติดยู่ในชุมชน ด้านหลังจะมีคิวอาร์โค้ดที่สแกนถึงวิธีการใช้งานได้ของถังแต่ะละถัง มีการฝึกซ้อมชุมชน และฝึกซ้อมอาสาสมัครในการใช้เครื่องมือดังกล่าว อีกสักพักเมื่อแผนที่เสร็จเรียบร้อบ ตัวแผนที่ของถังดับเพลิงนี้ก็จะให้ชุมชนสามารถเข้าถึง แล้วก็ใช้ได้ด้วย” นางสาวทวิดากล่าว


