เสธ.อู้ สงวนท่าที โหวตแก้ม.272 อัด ‘ก้าวไกล’ เสนอแก้ แค่ประชดส.ว.ไม่ยกมือโหวต ‘พิธา’

เสธ.อู้ ยัน ส.ว. ดูทั้งสูตรตั้ง รบ.-แคนดิเดตนายกฯ ก่อนโหวต 4 ส.ค. โยน ส.ส.รวมกันให้เกิน 375 เสียง ก็จบ สงวนท่าที โหวตแก้ ม.272 อัด ‘ก้าวไกล’ เสนอแก้แค่ประชดประชัน ส.ว. หลังไม่โหวตให้ ‘พิธา’

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 3 วันที่ 4 สิงหาคมนี้ว่า การโหวตของ ส.ว. เป็นความลับที่ไม่สามารถบอกได้ตอนนี้ การพิจารณาโหวตนายกฯ ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งสูตรจัดตั้งรัฐบาล พรรคไหนจะร่วมเป็นรัฐบาลผสมบ้าง รวมถึงชื่อของบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกฯ ซึ่งมีคนระบุว่า ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเสียงข้างมาก เพราะต้องดูตัวนายกฯ คุณสมบัติแนวทางการทำงาน และความสามารถในการบริหารประเทศ

“สูตรตั้งรัฐบาลที่ออกมาหลายสื่อ ทั้ง 8 พรรคเดิม บวกกับ 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นั้น หากเป็นแบบนั้นจริงไม่ต้องใช้เสียง ส.ว.โหวตแล้ว เพราะได้เสียงเกิน 375 เสียง หากทำได้ก็จบ ผมมองว่าเป็นเรื่องดีหากผู้แทนตกลงกันได้ โดยไม่มี ส.ว.ยุ่งเกี่ยว ส.ว.ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ถือเป็นหน้าที่ใช้สิทธิพิจารณาด้วย” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว

เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกฯ ที่เตรียมเสนอต่อรัฐสภามีชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นเต็งหนึ่ง มองอย่างไร พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า “ผมว่ายังไม่ชัดเจน ต้องรอเขาตั้งโต๊ะแถลงว่าใครจะร่วมรัฐบาลบ้าง จะทำให้ ส.ว.พิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ง่ายขึ้น”

Advertisement

พล.อ.เลิศรัตน์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสนอยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นความพยายามทำมาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้ก็จะทำอีก ตนมองว่าพรรคที่เสนอร่างต้องการบอกกับสังคมว่า เมื่อ ส.ว.ไม่ลงมติเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ควรยกเลิกมาตราดังกล่าว ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติตนมองว่าไม่เกิดประโยชน์ เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องเลือกนายกรัฐมนตรีให้ได้ก่อน จากนั้นถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ แม้ผลโหวตแก้รัฐธรรมนูญจะแพ้หรือชนะ ก็ไม่มีความหมาย นอกจากนี้ อีก 10 เดือน ส.ว.ก็จะไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้น การเสนอเรื่องดังกล่าวทำเพื่อประชดประชัน ส.ว.ที่ไม่โหวตให้นายพิธามากกว่า รวมถึงขณะนี้การโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย (พท.) ดำเนินการแล้ว

“ผมไม่มีปัญหาหากจะเลื่อน แต่การแก้มาตรา 272 ในเวลานี้ไม่ถูกต้องกับกาลเทศะ เพราะกติกาแก้รัฐธรรมนูญ กำหนดสัดส่วนของฝ่ายค้านที่ต้องเห็นชอบในวาระสาม ไว้ 20% แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าใครคือฝ่ายค้าน มีเพียงฝั่ง 8 พรรค กับฝั่ง 10 พรรคเท่านั้น ดังนั้น การอภิปรายอาจจะยุ่งยากนิด ว่าจะใช้มติอย่างไร” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว

เมื่อถามว่า จุดยืนต่อการปิดสวิตช์ ส.ว. โหวตนายกรัฐมนตรี พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าในแง่การกระทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีเหตุผลอะไร

“หากการกระทำเพื่อดิสเครดิต ส.ว. ผมมองว่า ส.ว. ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนให้แน่นอน อย่างที่มีคนเสนอว่า ต้องพูดกันแบบเปิดอก พูดกันดีๆ แต่ครั้งนี้เป็นการกระทำให้ ส.ว.รู้สึกไม่ค่อยดีนัก หากเสนอกันและให้พิจารณาเวลานี้ คงไปดูและคุยกันอีกที ว่าจะมีมติอย่างไร” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image