‘วิโรจน์’ ร่ายยาว ‘ทำไมผมไม่เชื่อข่าวลือ’ โต้ 3 ประเด็นดีด ‘ก้าวไกล’ ไปเป็นฝ่ายค้าน

30.07.23 | 14:13 น.

‘วิโรจน์’ ร่ายยาว ‘ทำไมผมไม่เชื่อข่าวลือ’ โต้ 3 ประเด็นดีด ‘ก้าวไกล’ ไปเป็นฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร่ายยาวระบุว่า

[ ทำไมผมถึงไม่เชื่อข่าวลือ ]
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ต้องยอมรับครับว่า ช่วงนี้มีข่าวลือที่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลเยอะมากๆ มีการตั้งข้อสันนิษฐานนั่นโน่นนี่ เพื่อบั่นทอนความเชื่อใจกันของภาคี 8 พรรคร่วม อยู่เต็มไปหมด
.
จะอย่างไรก็แล้วแต่ ผมยังคงเชื่อใจพรรคเพื่อไทย และ 8 พรรคร่วมอยู่เสมอ และไม่เคยเชื่อข่าวลือใดๆ เลย และการที่ผมไม่เชื่อ ไม่ใช่ว่าแค่รู้สึกไม่เชื่อนะครับ แต่ผมมีเหตุผลที่หนักแน่นพอ ที่จะไม่เชื่อด้วยครับ
.
1. ข่าวลือที่ว่า พรรคเพื่อไทยจะดีดพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้านร่วมกับ รวมไทยสร้างชาติ กับพลังประชารัฐ และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคเพื่อไทรวมพลัง ซึ่งมีเสียงรวมกัน 262 เสียง เพื่อให้ ส.ว. ยอมโหวตให้ โดยอ้างว่านี่ คือ การปิดสวิตช์ ส.ว.
.
ผมไม่เชื่อข่าวลือนี้เลยครับ เพราะนี่ไม่ใช่การปิดสวิตช์ ส.ว. ครับ แต่เป็นยอมจำนนต่อ ส.ว. แล้วรวมหัวกันล้มผลการเลือกตั้ง #ปิดสวิตช์ก้าวไกล ขัดขวางพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง ไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลซะมากกว่า การปิดสวิตช์ ส.ว. ที่พูดกันมาตั้งแต่การเลือกตั้ง 62 คือ การขอให้ ส.ส. จากพรรคต่างๆ มาช่วยโหวตให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็ตาม เพื่อให้พรรคที่ชนะการเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลตามฉันทานุมัติของประชาชน เป็นการปกป้องเสียงของประชาชน โดยป้องกันไม่ให้ ส.ว. เข้ามาแทรกแซงได้
.
ข่าวลือนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ เพราะนอกจากรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแล้ว การที่พรรคเพื่อไทย จะไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอะไรที่อธิบายต่อวีรชนคนเสื้อแดงที่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนสำคัญได้ยากมากๆ อีกด้วย ครั้นจะอ้างว่า คุณอภิสิทธิ์ และคุณสุเทพ ไม่ได้มีตำแหน่งบริหารในพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ก็เป็นเหตุผลที่ประชาชนรับไม่ได้หรอกครับ เพราะที่ผ่านมาท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีต่อคนเสื้อแดง ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการออกมายอมรับผิดใดๆ
.
2. ข่าวลือที่ว่า เพื่อไทยจะดีดพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน แล้วดึง ภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ มาร่วมรัฐบาลแทน ข่าวลือนี้ผมยิ่งไม่เชื่อใหญ่ แม้ว่าจะทำให้รัฐบาลมีเสียงถึง 308 เสียง ก็ตาม
.
เสถียรภาพของรัฐบาล จะดูแค่จำนวน ส.ส. ไม่ได้หรอกครับ ต้องมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนด้วย ที่ผ่านมาแกนนำของพรรคเพื่อไทย ก็พูดให้คำมั่นต่อสาธารณะ มาโดยตลอดว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ หัวหน้าพรรคถึงกับเอาตำแหน่งเป็นประกัน
.
และต้องยอมรับว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นพรรคที่ความโยงใยกับ คสช. และในเหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553 ณ ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ดำรงตำแหน่งเป็นรอง ผบ.ทบ. และกรรมการ ศอฉ. พล.อ.ประวิตร ก็เป็น รมว.กลาโหม
.
รัฐบาลที่เริ่มต้นด้วยการทรยศหักหลัง และเป็นปรปักษ์กับประชาชน ไม่มีทางที่จะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้เลย แถมยังจะสูญเสียฐานเสียงสนับสนุนในระยะยาวอีกด้วย ผมจึงไม่เชื่อว่าข่าวนี้จะเป็นจริง ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร จะลาออกจากทั้งสองพรรคไปแล้ว และอ้างว่า “ลุงไม่อยู่แล้ว” ร่วมรัฐบาลกันได้ ข้ออ้างแบบนี้ ประชาชนรับไม่ได้หรอกครับ เพราะคำว่า “ลุง” มันไม่ใช่ตัวบุคคล แต่เป็นสัญลักษณ์ ที่สะท้อนถึง “แนวคิดที่มีต่อประชาชน และประเทศ” มากกว่า
.
ยิ่งข่าวลือที่บอกว่าจะให้ภูมิใจไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีรวมไทยสร้างชาติ และพลังประชารัฐ เป็นตัวหลักในการร่วมรัฐบาล จากนั้นพรรคเพื่อไทยจึงตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลในเวลาต่อมา โดยอ้างว่าจำใจร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ข่าวลือนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะนอกจากจะโดนประชาชนต่อว่าอย่างหนัก ไม่ต่างจากกรณีที่เพื่อไทยเป็นแกนนำ แล้วดึงเอาพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐมาร่วมรัฐบาลแล้ว กรณีนี้เพื่อไทย ตำแหน่งนายกฯ ก็จะไม่ได้ กระทรวงสำคัญต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ อย่างกระทรวงคมนาคม ก็อาจจะไม่ได้อีกด้วย
.
3. ข่าวลือที่ว่า ในการโหวตนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ จะมีการสลายขั้ว 8 พรรค แล้วขอให้โหวตนายกฯ ก่อน โดยที่ยังไม่รู้ว่าพรรคไหนจะได้ร่วมรัฐบาลบ้าง หลังจากที่ได้นายกฯ แล้ว จะให้นายกฯ ไปพูดคุยเพื่อคัดเลือกพรรคที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลกันอีกที ข่าวลือนี้ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ตราบใดก็ตาม ที่ไม่มีความชัดเจนว่าพรรคใดจะจับมือร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เป็นไปไม่ได้เลยที่แต่ละพรรคจะยกมือให้ เพราะอย่าลืมนะครับว่า แต่ละพรรคก็มีหน้าที่ ที่ต้องอธิบายให้กับประชาชนที่เป็นผู้สนับสนุนของตน ให้เข้าใจถึงเหตุผลในการยกมือเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ และการตีเช็คเปล่าแบบนี้ เป็นอะไรที่อธิบายต่อประชาชนได้ยากมากๆ ครับ
.
สรุป คือ ผมไม่ได้สนใจข่าวลืออะไรเลยครับ และยังคงเชื่อใจ และไว้ใจในภาคี 8 พรรคร่วม อย่างไม่นึกลังเล
.
ผมเป็นคนที่ว่า เมื่อตัดสินใจร่วมทีมกับใครแล้ว ผมก็จะเชื่อใจในทีม อย่างไม่หวั่นไหว ต่อให้สุดท้ายผมจะถูกหลอก ถูกหักหลัง ถูกมองว่าโง่ และถูกแย่งชิง หลอกลวง เอาทุกสิ่งทุกอย่างไป ผมก็จะไม่รู้สึกเสียใจ เพราะสิ่งที่จะแย่งชิงจากผมไปไม่ได้เลยก็คือ ความซื่อตรง และเกียรติภูมิ ที่เวลาที่ผมจะเดินไปไหน ก็จะสามารถเดินคอตั้ง หลังตรง กล้าสู้หน้าผู้คนได้
.
ต่อให้สุดท้ายภารกิจมันต้องล้มเหลว เพราะถูกทรยศหักหลังจริงๆ มันก็ยังดีกว่าการที่มันล้มเหลว เพราะความระแวง และความไม่เชื่อใจระหว่างกันภายในทีม
.
การล้มเหลวเพราะถูกหักหลัง คนที่ทรยศ วันข้างหน้าก็มีแต่จะถูกผู้คนสาปแช่ง ดาวดิ้นสิ้นอนาคต ส่วนคนที่ยึดถือในคำมั่น ซื่อตรงต่อข้อตกลง อย่างไรก็จะมีมือของผู้คนช่วยกันดึงให้ลุกขึ้น ช่วยกันพยุงให้เดินหน้าต่อ อย่างองอาจเสมอ และมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยกันเพิ่มขึ้น
.
ผมยอมรับว่าการทำงานร่วมกันเป็นทีม มันต้องมีประเด็นที่เห็นต่าง และอาจจะกระทบกระทั่งกันบ้างอยู่แล้ว และตัวผมเอง จะพยายามทำทุกวิถีทาง ให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กกลายเป็นไม่มี เพื่อให้ภาคี 8 พรรคร่วมเดินหน้าสานความหวังของประชาชนต่อไปอย่างมั่นคง
.
ผมยังคงเชื่อใจ และเชื่อมั่นใน ภาคี 8 พรรคร่วมอยู่เสมอ จับมือกันให้แน่นครับ ด้วยแรงหนุนจากประชาชนอย่างน้อย 26 ล้านเสียง และความชอบธรรมตามระบบรัฐสภา ยิ่งเวลาผ่านไป พวกเรายิ่งเข้าใกล้เส้นชัยเข้าไปอยู่ทุกวัน ในขณะที่ฝ่ายที่ขัดขวางเสียงของประชาชน มีแต่จะนับถอยหลังสู่วันสูญสิ้นอำนาจ ถ้าพวกเรากลมเกลียวกัน มุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อ ผมเชื่อว่ารัฐบาลแห่งความหวังของประชาชน จะจัดตั้งได้สำเร็จในไม่ช้าครับ
.
ผมเชื่ออย่างนี้จริงๆ