ท่าทีจากแต่ละ “ตัวตึง” แห่ง พรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ไม่ว่าจะเป็น นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ไม่ว่าจะเป็น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ต่อการจัดตั้งรัฐบาลของ พรรคเพื่อไทย
ดำเนินไปในลักษณะอันเท่ากับเป็นการสวน “กระแส” ตรงกันข้ามกับทุก “ข่าวลือ” ที่ได้รับการ “ปล่อย” ออกมา
ไม่ว่าจะออกมาจาก 1 ส.ว. ไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองสำคัญอย่าง พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์
และที่สำคัญเป็นอย่างมาก 1 ไม่ว่าจะมาจาก พรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ
และที่มากด้วยความร้อนแรงและแหลมคมอย่างเป็นพิเศษก็คือสูตรตัด พรรครวมไทยสร้างไทย ตัด พรรคพลังประชารัฐ แล้วขอให้ พรรคก้าวไกล ยกมือให้แม้จะอยู่ในฐานะฝ่ายค้านก็ตาม
ความน่าสนใจอยู่ที่ท่าทีอันมาจาก “ตัวตึง” พรรคก้าวไกล ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิเสธ “ข่าวลือ” ซึ่งถูกปล่อยออกมาจนปลิวว่อน จากการตกลง “ลับ” ที่ฮ่องกงอย่างมากด้วยเงื่อนปม
นี่เท่ากับเป็นการสวนทางกับกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
หากติดตามการเจรจา “ลับ” ที่ฮ่องกงในห้วงปลายเดือนกรกฎาคมจะปรากฏเนื้อหาข้อเสนอหนึ่งจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในเรื่องท่าทีของพรรคก้าวไกล
1 คือพร้อมจะถอยออกจากสมการมาเป็น “ฝ่ายค้าน” และพร้อมจะยกมือให้ เพียงแต่มีเงื่อนไข 1 คือต้อง “ไม่มีลุง”
จากข่าวปล่อยอันมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวละครร่วมอยู่ด้วยเช่นนี้เองจึงตามมาด้วยข่าวที่ พรรคเพื่อไทย จะดึง พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วม
โดยไม่มี พรรครวมไทยสร้างชาติ และ พรรคพลังประชารัฐ
จึงมีความมั่นใจเป็นอย่างสูงว่าการโหวต นายเศรษฐา ทวีสิน เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 4 สิงหาคม จะยกเดียวจบตามเป้าหมายที่พรรคเพื่อไทยต้องการ
นั่นก็คือ ด้วยความหวังว่าพรรคก้าวไกลจะเห็นชอบและเดินตามข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยด้วยความเรียบร้อยราบรื่น
หากคำปฏิเสธจาก “ตัวตึง” พรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะมาจาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร หรือ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หรือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ คือท่าทีพรรคก้าวไกลอย่างแท้จริง
นั่นเท่ากับเป็นการปฏิเสธต่อความต้องการของ “เพื่อไทย”
ขณะเดียวกัน ยังเท่ากับเป็นการปฏิเสธต่อทุกข่าว “ลือ” อันมีการปล่อยออกมาอย่างเป็นระบบ โดยมีชื่อของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวละครสำคัญ
ในที่สุดก็คือ การปฏิเสธการครอบงำที่เชื่อว่าจะมาจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อย่างเป็นรูปธรรม

