วันที่ 29 มิถุนายน เกิดเหตุทางเลื่อนทางเดิน South Corridor ระหว่าง Pier 4-Pier 5 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ดูดขาผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ขาซ้ายของผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจนต้องตัดขาทิ้ง จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากแผ่นเพลตหลุดออกจากรางสี่เหลี่ยม โดยนอตตำแหน่งที่ A B C ไม่สามารถยึดแผ่นเพลตในขณะม้วนลงที่ตำแหน่งสิ้นสุดทางเลื่อนไว้ได้ เหลือเพียงตำแหน่ง Dที่ยึดไว้แล้วห้อยแผ่นเพลตโตงเตงอยู่ด้านล่าง เลื่อนไป 10 วินาทีจนเซฟตี้สวิตช์ทำงาน ทางเลื่อนจึงหยุด
วันที่ 10 กรกฎาคม เกิดเหตุสะพานข้ามแยกทรุดตัว บริเวณหน้าโลตัสลาดกระบัง ถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยเป็นสะพานโครงการก่อสร้างทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง จากนั้นวิศวกรรมสถานเข้าไปประเมินหาสาเหตุและให้ความเห็นว่า สาเหตุที่แท้จริงต้องอาศัยหลักนิติวิศวกรรมศาสตร์วิเคราะห์ย้อนกลับจากซากอาคาร แล้วเชื่อมโยงกับข้อมูลต่างๆ ซึ่งต้องใช้เวลา
วันที่ 24 กรกฎาคม เกิดเหตุโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟระเบิด ที่บ้านเลขที่ 112 บ้านสันทุ่งใหม่ หมู่ 14 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีผู้เสียชีวิต เบื้องต้นสอบสวนสาเหตุน่าจะมาจากอากาศร้อน ล่าสุดวันที่ 29 กรกฎาคม เกิดเหตุโกดังพลุระเบิดที่ตลาดมูโนะ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แรงระเบิดยังทำลายบ้านเรือนเสียหายกว่าร้อยหลัง เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากการเชื่อมเหล็กต่อเติมภายในโกดัง ล่าสุดพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่ต้องรับผิดชอบมาสอบสวน
ความรุนแรงของแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าสาเหตุที่เกิดจะมาจากธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุ หรือฝีมือมนุษย์ ล้วนฉายภาพความไม่ปลอดภัยที่สมควรได้รับการแก้ไขอย่างรีบเร่ง เพื่อป้องกันมิให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้รับอันตราย ระบบต่างๆ ที่วางไว้เพื่อความปลอดภัยควรมีมาตรฐาน ภาครัฐต้องเข้มงวดกฎความปลอดภัย นายทุนผู้ประกอบการต้องยอมจ่ายเพิ่มเพื่อรักษาความปลอดภัยให้เกิดขึ้น ขณะที่หน่วยงานหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทั้งหลายก็ต้องทบทวนกันแล้วว่าทำไม 2 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยจึงประสบภัยจากเหตุใหญ่ๆ จนเริ่มทำให้ประเทศเกิดภาพลักษณ์เมืองอันตรายขึ้นมา เพราะเหตุการณ์ที่ปรากฏทำให้คิดได้ว่าบ้านเมืองไม่มีความปลอดภัย แม้แต่อยู่ในบ้านหรือสัญจรไปมาตามปกติก็อาจบาดเจ็บหรือล้มตายได้

