ภาคประชาชน ออกแถลงการณ์ เรียกร้อง 3 ข้อ ถึง ‘ส.ส.-ส.ว.-มือที่มองไม่เห็น’ ลั่นต้องเคารพฉันทามติ ปชช. ไม่มีดีลไหนใหญ่กว่าคำสัญญาที่ให้ไว้กับ ปชช.
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า The Isaan Record รายงานว่า เครือข่ายภาคประชาชน ออกแถลงการณ์เพื่อแสดงความห่วงใย และย้ำจุดยืนสำคัญเพื่อให้ประชาธิปไตยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีการอ่านแถลงการณ์ ที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.
แถลงการณ์
ถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และมือที่มองไม่เห็น
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า หลังการออกเสียงเลือกตั้งของประชาชนเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ด้วยจำนวน 39,514,973 ชีวิต ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75.71 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในประเทศ นับเป็นจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ แต่กาลล่วงผ่านปรากฏว่า เวลาร่วม 80 วันหลังการเลือกตั้ง กลับยังไม่ปรากฎรัฐบาลที่มาจากมหาชน นอกจากนี้ ยังปรากฏซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่า กระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ กลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลลึกลับสลับตื้นเขิน
แน่นอน เราทราบดีว่าในครรลองของการเมือง กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลย่อมมิใช่เรื่องง่าย ด้วยต้องจับมือกับพรรคการเมืองที่สามารถประสานและทำงานร่วมกันได้ แต่กระบวนการต่อรองทั้งหมดต้องไม่ล้นเกินไปกว่าเจตนารมณ์แห่งประชาและคำสัญญาที่ให้ไว้กับผองชน
เราในนามแห่ง “ประชาชน” ไม่ต้องการให้เสียงของเราถูกจำกัดและสิ้นราคาเพียงฉับพลันที่หย่อนบัตรเลือกตั้งลงในคูหา เราไม่ต้องการเป็นเพียงจำนวนนับของพิธีกรรมแห่งประชาธิปไตย เราจึงเรียกร้องต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และมือที่มองไม่เห็น ดังนี้
หนึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรทุกคน ทุกพรรคการเมือง ต้องเคารพฉันทามติของประชาชน สนับสนุนพรรคการเมืองเสียงข้างมากในการเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลของประเทศ ส่วนการต่อรองหรือการดีลใดๆ ต้องไม่ยิ่งใหญ่และไม่สำคัญไปกว่าดีลและคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
สอง สมาชิกวุฒิสภาต้องสำเหนียกว่า หน้าที่ของตนคือรับฟัง สนับสนุน และทำหน้าที่สะท้อนเสียงของปวงประชา หาใช่ผู้บันดาลตำแหน่งให้ตน
สาม บุคคลที่ไม่เกี่ยว และไม่ยึดโยงกับเสียงแห่งประชาชน โปรดออกจากขบวนการขัดขวางครรลองของประชาธิปไตย
ข้อเรียกร้องเพียงสามประการมิได้ซับซ้อนเกินความเข้าใจ โปรดใช้สติปัญญาไตร่ตรองและทบทวนให้รอบคอบ เพราะประชาชนจะจดจำท่านมิว่าประพฤติดีหรือเลวทราม ตราบชั่วกัลปาวสาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาเดียวกัน ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ภาพกิจกรรม และแถลงการณ์ผ่านเพจ “Chainarong Setthachua” ของตนด้วย

