เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กในช่วงค่ำ ในหัวข้อ ‘ทะแนะชวนคุย EP2’ กรณีของพรรคเพื่อไทย แถลงการณ์ตั้งขั้วรัฐบาลใหม่ หลังฉีกเอ็มโอยู ไม่เอาพรรคก้าวไกลร่วมจัดตั้งรัฐบาล’
ในตอนหนึ่ง มีผู้พิมพ์ข้อความในช่องแสดงความคิดเห็น สอบถามถึงความเป็นไปได้ของปรากฏการณ์การชุมนุมใหญ่
นายอานนท์กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การชุมนุมที่ยังไม่พีค จะมีจัดกิจกรรมอยู่เรื่อยๆ เพื่อทำให้บรรยากาศไม่ดร็อปลงไปกว่านี้ หากมีการพิจารณาคดีล้มล้างการปกครองของพรรคก้าวไกลอีกครั้งหนึ่งก็น่าจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงขึ้นอีก หากพรรคก้าวไกลได้เข้าไปชี้แจงเหตุผลในศาลรัฐธรรมนูญก็จะถูกถ่ายทอดสดแล้วก็จะมีคนติดตามเพิ่มขึ้น
“ถ้าทางพรรคก้าวไกลโดนยุบพรรคก็จะมีประชาชนจำนวนมากไม่พอใจ และมีการแสดงออกอีกหลายส่วน โดยคณะกรรมการบริหารพรรคก็จะโดนตัดสิทธิอีกหลายคน และหากวินิจฉัยไปถึงว่า การจะแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครอง ส.ส. และผู้สมัครภายในพรรคก้าวไกล เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายมาตรา 112 ก็จะโดนไปด้วย ซึ่งจะทำให้พรรคก้าวไกลแพแตก ส่วนที่เป็นปาร์ตี้ลิสต์คงต้องหากันใหม่ ที่เป็น ส.ส. เขตก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่” นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวว่า ประชาชนหลายท่านสงสารพรรคก้าวไกล ตนมองว่า ต้องเปลี่ยนความสงสารเป็นพลังในการต่อสู้ ทาง เสก โลโซ ก็แต่งเพลงให้พรรคก้าวไกลถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและไพเราะเช่นกัน
ระหว่างนั้น มีผู้พิมพ์ความเห็นในไลฟ์สด ว่า ‘พรรคก้าวไกลแพ้แล้ว’ นายอานนท์ จึงตอบว่า ไม่ได้แพ้
“พรรคก้าวไกลไม่ได้แพ้ แต่ฝ่ายเดิมยังมีอำนาจอยู่ยังมีเสียงอยู่ในสภาสูงอยู่ การเลือกตั้งก็สามารถเห็นผลได้ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร คนที่ไม่เอาฝ่ายเผด็จการรวมกันได้ถึง 70 % เห็นได้ชัด อย่างพรรคก้าวไกลที่ประชาชนออกเสียงมาก็เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง จึงได้รับการเลือกตั้งมาสูงสุด 14 ล้านเสียง และได้ ส.ส.มาถึง 151 เสียง มันก็สะท้อนหลายอย่าง และเชื่อว่าหลายคนตกใจกับเสียงประชาชนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลขนาดนี้” นายอานนท์กล่าว

