หน้าแรก การเมือง สภาชงญัตติด่ว...

สภาชงญัตติด่วนโกดังพลุระเบิด ‘รอมฎอน’ สะอื้น แฉพลุข้ามชาติ จ่ายส่วย 20 หน่วย

3.08.23 | 21:22 น.

สภาชงญัตติด่วนเหตุพลุระเบิด ตลาดมูโนะ ปช.ชี้โศกนาฏกรรมจากธุรกิจสีเทา ‘รอมฎอน’ แฉพลุข้ามชาติ จ่ายส่วย 20 หน่วย ตั้งแต่พื้นที่ถึงส่วนกลาง

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่องการศึกษาเยียวยา ให้ความช่วยเหลือเหตุการณ์โกดังเก็บพลุระเบิดที่ตลาดบ้านมูโนะ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา รวม 8 ญัตติ

นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลุกขึ้นอภิปราย โดยช่วงที่กล่าวถึงการเสียชีวิตของ ด.ญ.อมีลีน วัย 8 เดือน นายรอมฎอนมีอาการคล้ายร้องไห้

นายรอมฎอนอภิปรายว่า เหตุการณ์พลุระเบิดที่ตลาดมูโนะ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบไปพบว่าเป็น พลุข้ามชาติ มีการนำมาจากเมืองจีน ผ่านหลายด่านตรวจมาก ผ่านแหลมฉบัง แล้วเข้าสู่ชายแดนมาเลยเซีย ก่อนจะข้ามแม่น้ำโก-ลก เข้าสู่ จ.นราธิวาส คำถามคือตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่รู้การขนย้ายวัตถุระเบิดเข้ามาในโกดังได้อย่างไร ตลาดมูโนะเป็นตลาดชายแดนมีสินค้าทั้งแบบสีเทาขาว สีเทาดำ เข้ามารวมอยู่ที่นี่ ตัวโกดังพลุเป็นระเบิดเวลาในพื้นที่ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รู้ได้อย่างไร ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เข้ามาตรวจสอบการลักลอบนำเข้าวัตถุระเบิด แต่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง การดำเนินกิจการผลิตพลุในพื้นที่ดังกล่าวจึงเกิดขึ้นมาตลอด

Advertisement

นายรอมฎอนกล่าวว่า ในพื้นที่ต้องยอมรับว่ามีส่วย หรือภาษาที่คนในพื้นที่เรียกว่า “ดูวิรายกัง” เป็นเงินรายการที่ลิสต์มาว่าจะต้องจ่ายใครบ้าง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจง เพราะจากข้อมูลพบว่ามีเงินสินบนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในพื้นที่ถึง 20 หน่วย ทั้งระดับพื้นที่ อำเภอ จังหวัด ภาค รวมถึงส่วนกลาง ไปจนถึงส่วยนักการเมืองด้วย ซึ่งผู้ประสบเหตุดังกล่าวต่างอึดอัดจากผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกซุกอยู่ใต้พรมของธุรกิจสีเทา

นายรอมฎอนกล่าวอีกว่า สำหรับการเยียวยา โดยเฉพาะการเยียวยาทางด้านจิตใจ ควรต้องมีกระบวนการเยียวยาระยะยาว และโจทย์ที่สำคัญสุดนอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือเราจะฟื้นฟูเมืองมูโนะขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร เมืองในความหมายคือชุมชน ตลาด วิถีชีวิต ซึ่งหมายถึงบ้านและการประกอบอาชีพทำกินของคนในพื้นที่ด้วยที่ควรดูแลในระยะยาวด้วย คำถามที่อยากจะฝากถึงหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ งบประมาณด้านความมั่นคงลงไปในพื้นที่จำนวนมาก แต่เหตุใดความปลอดภัยของพลเรือนกลับยังไม่เกิดขึ้น มาตรการต่างๆ จะมีประโยชน์ได้อย่างไร หากยังคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชนได้ อยากให้เพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันอภิปรายเพื่อช่วยกันเสนอแนะไปยังรัฐบาลให้นำไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนต่อไป

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) อภิปรายว่า เหตุพลุประทัดระเบิดที่ตลาดมูโนะถือเป็นการเกิดโศกนาฏกรรมที่ใหญ่มากกับพี่น้องหมู่ 1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีการเสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บ 111 ราย บ้านเรือนเสียหายหลายร้อยหลังคาเรือน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ติดกับบริเวณของโกดัง ในระยะ 50 เมตร ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ อยู่ภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบมาตลอดยังไม่เคยเห็นความสูญเสียที่หนักขนาดนี้ นี่คืออีกภาพหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐสูญเสียงบประมาณมากมาย อีกด้านหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงการหาผลประโยชน์ของธุรกิจสีเทา ตอนบ่ายจะมีการยื่นญัตติด้วยวาจา มีข้อเสนอแนะไปยังท่านประธานเพื่อไปถึงนายกรัฐมนตรี ถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถึง กอ.รมน.ว่าอยากให้ดําเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ตัวการและผู้สนับสนุนให้เร็วที่สุดและตรงไปตรงมา อยากให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางที่ไม่ใช่มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการหาผลประโยชน์ในเรื่องนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อป้องกัน

“ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในลักษณะเช่นนี้ที่ยังไม่เปิดเผย ประเด็นที่สามก็คือให้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังให้ประสานงานกับสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นออมสิน, ธ.ก.ส. ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นๆ ให้เข้าไปดูแล เยียวยาให้กับผู้ประกอบการให้แหล่งทุน-เงินกับผู้ประกอบการที่อยู่ในชุมชน” นายกมลศักดิ์กล่าว

นายกมลศักดิ์อภิปรายอีกว่า ประเด็นที่สี่คือให้มีหนังสือเพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยา กรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทําความผิดเพราะถือว่ากรณีลักษณะอย่างนี้เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนในการให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรม ครั้งนี้ด้วย สุดท้ายอยากเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดูโรงเรียนเอกชนสองแห่งที่ได้รับผลกระทบด้วย