หน้าแรก Election Slide ‘สมชาย&...

‘สมชาย’ อัด ‘ก้าวไกล’ อย่าเล่นเป็นเด็ก ชี้ ยื่นแก้ ม.272 ไม่จำเป็นแต่ต้น (มีคลิป)

4.08.23 | 11:14 น.

‘สมชาย’ อัด ‘ก้าวไกล’ อย่าเล่นเป็นเด็ก ชี้ ยื่นแก้ ม.272 ไม่จำเป็นแต่ต้น ย้ำ ไม่โหวตให้ จ่อยื่นศาล รธน. หากผ่านวาระแรก

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ในวันนี้ว่า ไม่มีความจำเป็น และจะเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย เนื่องจากหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้วินิจฉัยการลงมติของรัฐสภา กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำ โดยในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ก็จะวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับ หากรับก็จะสามารถเดินหน้าโหวตนายกรัฐมนตรีได้ช่วงประมาณวันที่ 20 สิงหาคม

แต่หากการแก้ไขมาตรา 272 ผ่านวาระหนึ่งเข้าไปแล้ว จะเกิด 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะมาตรา 272 ต้องทำประชามติแยกออกจากรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากมาตรา 272 มีผู้เห็นชอบ 15 ล้านคน จึงจะต้องทำประชามติแน่นอน ไม่มีทางอื่น ซึ่งต้องใช้เงินอีกกว่า 4,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าสภาทำหน้าที่มิชอบ เนื่องจากยังไม่ได้ทำประชามติก่อน

2.ต้องขอให้หยุดการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะจะเกิดปัญหาแบบเดียวกันกับที่ผู้ตรวจการได้ยื่นเรื่องข้างต้น เนื่องจากสภาได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ว่าจะให้ ส.ว.ไม่มีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้น การโหวตเลือกนายกฯ ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว จะทำไม่ได้ จึงต้องขอให้หยุดไว้ เพราะสภากำลังจะเปลี่ยนกฎหมาย ซึ่งจะเป็นปัญหามาก เป็นการเล่นการเมืองที่ตนมองว่าไม่ถูก ตนสนับสนุนให้เลือกนายกฯ ให้แล้วเสร็จก่อน สมมุติว่าได้นายกฯ ในช่วงประมาณวันที่ 20 สิงหาคม กฎหมายนี้ก็จะไม่ถูกใช้อีก จนหมดอายุของมันเองตามสภาพตามกฎหมาย หรือวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เราคงไม่มีการเลือกนายกฯ ทุกเดือน เพราะนายกฯ ต้องอยู่ไปอีก 4 ปี ฉะนั้น ส.ว.จึงไม่มีสิทธิมาโหวตอีกแล้ว ตามบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้มีหน้าที่ เราก็ทำตามหน้าที่ การยื่นแก้ไขกฎหมายจึงทำให้มีปัญหา

Advertisement

“ผมไม่มีปัญหาในการอธิบายชี้แจงเลย เพราะเป็นเรื่องธรรมดามาก มีความพยายามมาทั้งหมด 6 ครั้งในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 ครั้งแรกสมาชิกให้ความเห็นชอบ 56 คน และลดลงเรื่อยๆ คราวนี้ก็จะไม่มีใครเห็นด้วย เพราะหมดความจำเป็น เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 272 มาจากการทำประชามติ หมดเวลาตามอายุ 5 ปี ไม่ต้องแก้ไขก็หมดผลทางกฎหมาย ถ้าเข้าใจกฎหมายให้ดี ไม่มีความจำเป็นต้องไปแก้ หรือยกเลิก เว้นแต่แสร้งไม่เข้าใจ และเล่นแต่การเมือง เป็นปัญหาที่ทำให้คนไทยเบื่อการเมือง เพราะการเมืองเล่นการเมืองแบบนี้ หวังตีหัวเข้าบ้าน หวังไว้ด่า ส.ว. หวังดิสเครดิต ส.ว. หวังให้มีสภาเดียวยุบ ส.ว.ทิ้ง เท่านั้นเอง

นายสมชายกล่าวอีกว่า กฎหมายที่เข้ามาตนจะไม่เห็นด้วย และอย่างไรก็จะไม่โหวตให้ผ่าน แต่หากโหวตผ่าน ตนก็ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่หน้าที่ต้องไปยื่น แต่โดยหน้าที่ต้องไปยื่น เนื่องจากกฎหมายนี้ผ่านประชามติจาก 15 ล้านคน จึงต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

“ให้ ส.ส.ที่เสนอเรื่องนี้ ไปอ่านคำวินิจฉัยให้ดี ว่ารัฐสภา แก้ไข หรือยกเลิกรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องไปถามองค์อำนาจที่ใหญ่กว่า คือประชามติที่ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ มันไม่ใช่ของสนุก ที่คุณจะเล่นไปเรื่อยๆ เลิกเล่นเป็นเด็กเถอะ” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า วันนี้ควรงดการประชุม เหมือนกับครั้งที่แล้ว ที่มีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ และประธานรัฐสภาก็สั่งให้งดการประชุมโดยในวันนั้นก็มีวาระ 2 วาระเช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้งดแค่วาระเดียว ก็เลยเกิดเรื่อง ความจริงเป็นข้อตกลงไม่เป็นทางการ ก่อนเสนอเรื่องนี้เข้าสู่สภาพรรคการเมืองใหญ่ ระดับหัวหน้า และเลขาธิการพรรค ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ซึ่งมีตนอยู่ด้วย ว่าจะพิจารณาเรียงตามลำดับ คือโหวตนายกฯ ให้เสร็จก่อน แล้วจึงนำกฎหมายนี้เข้าสภา ซึ่งตนได้ทักท้วงตั้งแต่ต้นว่า ไม่มีเหตุจำเป็น

ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของ ส.ว.ที่จะไม่เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ นายสมชายกล่าวว่า ส.ส.ก็ไม่เข้าร่วม เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข้าร่วม ตนไม่แน่ใจว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ แต่ตนไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณากฎหมายที่ทำให้เปลืองเวลาสภา หากเกิดผ่านวาระที่หนึ่ง ก็ต้องไปตั้งกรรมาธิการ เปลืองเวลา เปลืองงบประมาณ ไม่เข้าใจว่าจะประวิงเวลาไว้ทำไม เพื่อรอเวลา 10 เดือน ซึ่งตอนนี้ประเทศจำเป็นที่จะต้องมีนายกฯ แล้ว ที่ผ่านมา ส.ว.ไม่เคยปฏิเสธที่จะเลือกนายกฯ เพียงแต่ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ หากไม่พร้อมก็ต้องยอมรับ ซึ่งพิจารณาทั้งตัวบุคคล และนโยบาย หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา ส.ว.ก็ให้ความเห็นชอบอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาคุณไม่เคยสำรวจตัวคุณเองเลย เที่ยวโทษคนอื่นตลอดเวลา

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการที่เลื่อนวาระการโหวตนายกฯ ออกไปหลายครั้ง นายสมชายกล่าวว่า ถือเป็นปกติตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 88 และมาตรา 89 ได้กำหนดชัดอยู่แล้ว ว่าแต่ละพรรคส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ ได้ไม่เกิน 3 คน หากคนแรกไม่ได้ ก็ต้องให้ลำดับถัดไป ในบัญชีแคนดิเดตมีตั้งหลายคน จะให้เราเลือกคนเดียวหรือ