09.00 INDEX สถาปนา สมเด็จพระสังฆราช เรื่องละเอียดอ่อนของ ‘รัฐบาล’

17.02.16 | 09:05 น.

หากมองผ่าน “ข้อความ” อันปรากฏใน “เฟซบุ๊ก” ส่วนตัวของ ม.จ.จุลเจิม ยุคล
ในประเด็นนำเอา “หมอนวด” หรือ “โคโยตี้” มารับมือกับ “พระ”

อาจเห็นเป็น “เรื่องสนุก”

สนุกกระทั่งจัดหา “ไก่ย่าง” และ “หมูปิ้ง” มาเป็นเครื่องเย้ายวน ล่อจมูกในห้วงแห่ง “หลังเที่ยง” ไปแล้ว

เพื่อโยงไปยัง “วิกาละ โภชะนา”

อาจเห็นเป็น “เรื่องสนุก” เหมือนมีการไป “แจ้งความ” กล่าวโทษการชุมนุมของ “พระสงฆ์” ณ บริเวณพุทธมณฑล
ว่าผิด พ.ร.บ.การชุมนุมหรือไม่

Advertisement

ว่าผิด “คำสั่ง คสช.” ห้ามมิให้มีการชุมนุมเกิน 5 คนหรือไม่

ทั้งๆ ที่ใน “ความเป็นจริง” การเคลื่อนไหวของพระและฆราวาสอันแสดงออกผ่าน

“ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย” เมื่อวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ มิได้เป็น “เรื่องสนุก”

หากแต่เป็น “เรื่องซีเรียส” หากแต่เป็น “เรื่องจริงจัง”

เป็นเรื่องจริงจังอันสัมพันธ์กับกระบวนการเสนอชื่อ “สมเด็จพระราชาคณะ” เพื่อทูลเกล้าฯถวาย
นำไปสู่การประกาศ”สถาปนา” แต่งตั้ง “สมเด็จพระสังฆราช”

ที่สำคัญเป็นอย่างมาก การชุมนุมของพระสงฆ์และฆราวาส เป็นการเน้นย้ำและยืนยัน “มติ” อันเป็นเอกฉันท์ของ “มหาเถรสมาคม”

“มหาเถรสมาคม” อันเป็นองค์กรสูงสุดของ “พระสงฆ์”

ที่สำคัญเป็นอย่างมาก การชุมนุมของพระสงฆ์และฆราวาส เป็นการเน้นย้ำและยืนยันให้ตระหนักในความศักดิ์สิทธิ์ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535

คำถามอยู่ที่ว่า “รัฐบาล” จะ “ตัดสินใจ” ในเรื่องนี้อย่างไร

หากประเมินจาก “ท่าที” อันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
โดยเฉพาะ “คำพูด” ที่ว่า

“ถ้ายังมีความขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้ มัวทะเลาะกันอยู่ ใครก็ไม่กล้านำความขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ
ทุกอย่างต้องสงบ และเมื่อสงบแล้วทุกอย่างก็จะเดินไปตามกรอบกติกา”

ถามว่าอะไรคือ “บรรทัดฐาน” ของ “ความสงบ”

หากพิจารณาจาก “มติ” อันเป็นเอกฉันท์ในที่ประชุมของ “มหาเถรสมาคม” อันเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของ “ศาสนจักร”

เป็นมติ 17 ต่อ 0 เป็นเอกฉันท์

เป็นมติอันพิจารณาตามข้อเสนอโดย “สมเด็จพระราชาคณะ” อันสังกัดอยู่ในนิกาย “ธรรมยุต”
เป็นที่ยอมรับทั้ง “มหานิกาย” และ “ธรรมยุต”

รูปธรรมอันเป็น “มติ” อย่างเป็นเอกฉันท์นี้สะท้อนให้เห็น “เอกภาพ” ในทางความคิดของ “คณะสงฆ์”
มิได้มี “ความขัดแย้ง” มิได้มี “ความแตกแยก”

ยิ่งหากประเมินผ่านจำนวนของ “พระสงฆ์” และ “ฆราวาส” อันพร้อมใจกันเดินทางไปยัง “พุทธมณฑล”
เท่ากับเป็น “รูปธรรม” อันหนักแน่นและจริงจัง

ถามว่าเสียงที่ไม่เห็นด้วยมีหรือไม่ มีอย่างแน่นอน นั่นก็เห็นจากบทบาทของ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม แห่งวัดอ้อน้อย นครปฐม
นั่นก็เห็นจากบทบาท นายไพบูลย์ นิติตะวัน

นั่นก็เห็นจากบทบาท นายไพศาล พืชมงคล หรือแม้กระทั่งบทบาทของบุคคลอย่าง ม.จ.จุลเจิม ยุคล เป็นต้น
“เสียง” ของท่านเหล่านี้หรือที่จะสามารถ “ยับยั้ง”

ยับยั้ง “มติ”อันเป็นเอกฉันท์และมีความเป็นเอกภาพของ “มหาเถรสมาคม” อันเป็นตัวแทนโดยรวมของ “คณะสงฆ์”

ตรงนี้คือ “ความเป็นจริง” ที่ต้องประมวลและ “ตัดสินใจ”