หน้าแรก การเมือง อ่าน ม.ล.มิ่ง...

อ่าน ม.ล.มิ่งมงคล เขียนถึงครอบครัวทักษิณ ย้ำ ‘นี่คือคำแนะนำจากมิตร’

6.08.23 | 12:19 น.

อ่าน ม.ล.มิ่งมงคล เขียนถึงครอบครัวทักษิณ ย้ำ ‘นี่คือคำแนะนำจากมิตร’

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล เผยแพร่จดหมายถึงครอบครัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ความตอนหนึ่ง ดังนี้

เรียนครอบครัวของท่านอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

ด้วยความเคารพในสิ่งดีๆ หลายสิ่งที่ท่านนายกฯทักษิณเคยทำให้กับประเทศไทยมาและความรักและเห็นใจที่เรามีต่ออดีตท่านนายกฯยิ่งลักษณ์อย่างไม่เคยเสื่อมคลาย

Advertisement

ท่านนายกฯปู “ท่านทราบดี” และท่านก็มีความรักและความปรารถนาดีอย่างลึกซึ้งกับเราเสมอมาเช่นกัน.. “เราเองก็ทราบดี”..ดังนั้น ในความสุขใจอบอุ่นใจในมิตรภาพที่มีจุดกำเนินอันแปลกพิสดารผ่านอะไรกันมามากมายนี้ ก็มีความทุกข์ใจสะเทือนใจที่ดูจะไม่มีวันจบสิ้นเสียที เว้นแต่จะตายจากกันไป

ดังนั้น เราขออนุญาตเรียนทุกท่านที่มีความรักต่อท่านนายกฯทักษิณ “ความรัก อย่างจริงใจ” ว่าสิ่งที่เรากำลังเสนอแนะนี้ มาจากความจริงใจ เจตนาเพื่อจะให้ได้ผลสำเร็จ

มิได้เขียนขึ้นเพื่อจะล้อเลียนสร้างความขบขัน เยาะเย้ยถากถาง แต่อย่างใด

ขอให้พวกท่านเชื่อได้อย่างสนิทใจ เพื่อการรับฟังด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง ไม่วอกแวก ปราศจากอคติใดๆ

ขอย้ำ นี่คือคำแนะนำจากมิตร นี่คือคำแนะนำจากคนที่ต้องการให้เรื่องอันแสนปวดหัว ปวดร้าว วนไปวนมา ทั้งกับตัวและครอบครัวท่านเองผ่านมากว่าสิบหกปี จนลุกลามยุ่งเหยิงเสียสมาธิ เสียโอกาสไปกันทั้งประเทศ..เรื่องนี้จะต้องหาทางจบหรือหนทางไปต่อในระดับใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์กว่านี้ได้แล้ว ชีวิตคนเรานั้นสั้นมาก

สังคมไทยเป็นสังคมสูงวัย การเป็นผู้มีอายุเมื่อมีความกลัวมีความกังวลเรื่องใดแล้ว ก็จะหมกมุ่น ย่ำกันอยู่ที่เดิมแหละ ยิ่งท่านนายกฯทักษิณเป็นคนสูงวัยที่มีปัจจัยทางทรัพย์สินมหาศาล ทั้งยังถืออำนาจสูงสุดในพรรคการเมืองที่ชนะเลิศในประเทศไทยมากว่ายี่สิบปี

ม.ล.มิ่งมงคลระบุต่อไปในข้อเขียนว่า

ท่านนายกฯทักษิณท่านฟังเราดีๆ ด้วยความเคารพ ขอย้ำด้วยความเคารพ ขออนุญาต สรุปให้ท่านดังนี้ว่า ท่านไม่มีวันทำใจให้ก้าวขาขึ้นเครื่องบินกลับมาติดคุกที่เมืองไทยได้ คนเราทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง ท่านเป็นคนที่ฉลาด ทำงานเก่งหาเงินเก่งที่สุดคนหนึ่งในโลก แต่ท่านไม่มีความสามารถที่จะก้าวขาเข้าไปในคุกด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่การกระทำเช่นนั้นนั่นแหละคือการกลับเมืองไทยอย่างเท่ๆ และจะเป็นการจบเรื่อง 20 ปีที่ผ่านมานี้ พร้อมกับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เหลือของท่าน และครอบครัวท่าน ขอย้ำครอบครัวท่าน อย่างเร็วที่สุด

ดังนั้น สิ่งที่เราอยากขออนุญาต แนะนำให้ครอบครัวท่านทำ ก็คือให้คุณอุ๊งอิ๊งบินพาหลานคนสุดท้าย ที่ท่านยังไม่เคยพบ ไปนอนกอดกันกับท่านที่ดูไบเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ให้เกิดความอบอุ่นและกำลังใจ

ม.ล.มิ่งมงคลระบุว่า จากนั้น ขอให้คุณอุ๊งอิ้งหรือผู้ช่วยที่มีความรู้ทางการแพทย์ การพยาบาลบ้างฉีดยาคลายเครียด พาขึ้นเครื่องบินส่วนตัว กลับมาประเทศไทย แบบเงียบๆ ไม่ต้องบอกใครไม่ต้องประกาศอะไร

ขอย้ำแบบเงียบๆ ไม่ต้องประกาศกับใคร ไม่ต้องต่อรองอะไร

ม.ล.มิ่งมงคลระบุต่อไปว่า จากนั้นให้พานายกฯทักษิณเข้าสู่การดำเนินการ เข้าไปในโรงพยาบาลราชทัณฑ์เปลี่ยนชุด ตรวจร่างกาย กักตัว ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยที่นายทักษิณชิลๆ อยู่

“เมื่อครบ 24 ชั่วโมงพอท่านนายกฯทักษิณฟื้นตัวขึ้นมา ท่านก็จะนอนอยู่ในโรงพยาบาลเรือนจำในชุดเครื่องแบบ ที่จำเป็นต้องใส่ เรียบร้อยหมดแล้ว ความเครียด ความกังวลในการตั้งตารอ

การคิดวนไปวนมาถึงวิธีการต่างๆ ในการดำเนินการกลับ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ความเป็นไปได้ในการต่อรองโน่นนี่ ต่อรองกันได้ไม่จบไม่สิ้นสักที ก็จบไปเปลาะใหญ่แล้ว

ต่อจากนั้นก็ ดริฟ วิตามิน และยาคลายเครียด อ่อนๆ ให้ท่านนายกฯไปอีกเรื่อยๆ สักวันสองวัน ท่านจะได้รู้สึกดี เบาๆ ชิลๆ รู้ตัวอีกทีท่านก็อยู่ในโรงพยาบาลเรือนจำไป 1 สัปดาห์แล้ว

เรามั่นใจว่าเมื่อผ่านจุดการออกจากดูไบจนเข้าไปในเรือนจำเรียบร้อยแล้วท่านนายกฯทักษิณจะสามารถอยู่ได้เหมือนคนอื่นๆ” ม.ล.มิ่งมงคลระบุ

ในตอนท้ายของ ม.ล.มิ่งมงคลระบุว่า ต่อจากนั้น
จึงทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ หรืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควร

“ระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล หรือเรือนจำ หลานๆ ลูกๆ ก็ทยอยกันมาเยี่ยมก่อนได้ เวลาผ่านไปเร็วมากค่ะ ท่านเองก็อายุมากแล้ว รีบทำเรื่องนี้เดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องพยายามให้ไปเกี่ยวกับการเมืองอะไรยังไง เดี๋ยวเขาก็ตั้งกันไปจนสำเร็จแหละรัฐบาล” ม.ล.มิ่งมงคลระบุ

ม.ล.มิ่งมงคลระบุด้วยว่า ขอให้ท่านท่องไว้ว่า การกลับเมืองไทยอย่างเท่ๆ คือการที่ผม ทักษิณ ชินวัตร นายกฯผู้มาจากการชนะเลือกตั้งถึง 2 สมัย ขอยืนยันในความบริสุทธิ์และไม่ได้ทำผิดใดๆ แต่พร้อมน้อมรับคำพิพากษา

“การเอาแต่รอคอยด้วยใจที่เป็นทุกข์คิดถึงเมืองไทยทุกวัน ทุกวินาที ทุกลมหายใจ ไม่มีทางสร้างสิ่งดีอะไรออกมาให้ ทั้งจิตใจ ร่างกายท่านได้นอกจากความเจ็บป่วย เจ็บทั้งใจเจ็บทั้งกาย พานจะลามไปสู่คนใกล้ชิดที่รักและเป็นห่วงท่านอีกด้วย ขออนุญาตย้ำซ้ำๆๆ อีกครั้งว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นและเปราะบางมาก ลูกกะตาอูฐท่านก็ทานมาแล้ว แต่อะไรจะอร่อย อิ่มเอิบ ชื่นนนนนใจเท่า การนั่งทานก๋วยเตี๋ยวข้างถนนที่สันกำแพง ขอส่งกำลังใจอย่างแรงกล้าให้ท่านทำให้สำเร็จ ด้วยความเคารพค่ะ” ม.ล.มิ่งมงคลทิ้งท้าย โดยลงวันที่ 5 สิงหาคม 2566 กรุงเทพฯ