คอลัมน์หน้า 3 – จุดตัด เพื่อไทย บทสรุป ‘2 สิงหาคม’ เดินผิด หรือถูก
สถานการณ์ “เลื่อน” ในทางการเมืองที่กำลังกลายเป็น “โรคระบาด” ในทางการเมืองได้กลายเป็น “ดัชนี” ชี้วัดอันร้อนแรงและแหลมคม
ต่อ “ลุง” และต่อ “เพื่อไทย”
ไม่เพียงเพราะการเลื่อนจะสะท้อนผลสะเทือนจากอำนาจและการตัดสินใจของ “องค์กรอิสระ” ทั้ง กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ
หากกระทบโดยตรงต่อ “เพื่อไทย” ต่อ “ทักษิณ”
อย่างน้อยก็ทำให้การพิจารณาลงมติต่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่เป็นไปตามคาด อย่างน้อยคำยืนยันต่อการมาในวันที่ 10 สิงหาคม 66
ก็ “ผิดพลาด” ก็ “คลาดเคลื่อน”
ผลก็คือ การโพสต์คำว่า “เพ้อเจ้อ” ต่อข่าวอันมาจาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ย้อนกลับเข้าใส่พรรคเพื่อไทย
ความน่าเชื่อถือลดลง ความมั่นใจก็เข้าสู่แดนลบ
สภาพการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นภายใต้กระบวนการตัดสินใจ “ใหญ่” ของพรรคเพื่อไทยในการเลือกข้าง กำหนดฝ่าย
นั่นก็คือ การสะบั้นจากพรรคก้าวไกล
นั่นก็คือ การฉีก MOU ที่เคยร่วมลงนามเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เหมือนกับเป็นเศษกระดาษไร้ค่า
ตัด 151 ของพรรคก้าวไกลออกไป หันเข้าหา 188 เบื้องหน้า
ผลก็คือ พรรคเพื่อไทยพร้อมกับ 141 ในมือต้องเผชิญหน้าไม่เพียงแต่ต่อ 188 ของอีกฝ่าย
หากยังมี 250 อันมากับ “รัฐธรรมนูญ”
เพียง 250 ขยับและตั้งข้อสงสัย เพียง 188 ทอดมองด้วยความกังขาพร้อมกับคำถาม ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่ 141 จะมีความมั่นใจ
ที่เคยคิดว่า “รุก” กลับกลายเป็น “รับ”
อาจกล่าวได้ว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยดำรงอยู่ด้วยสถานะอันสั่นคลอนเหมือนกับที่กำลังประสบอยู่มาก่อนเลย
ต้องคิดถึงบทสรุปของ โรเบิร์ต ฟรอสต์
เมื่อสะท้อนความเป็นจริงของ “ชาวนา” ที่อยู่ภายใต้ชะตากรรม “มองไปข้างหน้าก็ไม่มีความหวัง เหลียวกลับข้างหลังก็ไม่มีความภูมิใจ”
เพราะข้างหลังอันใกล้ คือการสะบั้นจาก 151 เสียง
ความสัมพันธ์อันดำเนินไปในลักษณะเป็น “หลังพิง” ให้ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่กระทั่งพรรคก้าวไกลก็ได้กลายเป็นอดีต
ขณะเดียวกัน ก็ไม่มั่นใจใน 188 เสียงข้างหน้า
ที่เข้าใจว่า 188 เสียงไหลเข้ามาอยู่ในร่มเงาแห่ง 141 เสียงของตนก็มิได้เป็นความจริง เพราะ 141 เสียงต่างหากที่กำลังสยบยอม
การตัดสินใจเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมจึงเป็น “จุดตัด”
ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดเจนระดับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ไม่ว่าจะเป็นผู้ทะยานไปสู่ดวงดาวอย่าง นายภูมิธรรม เวชยชัย
ย่อมผ่านบทสรุปของ “นักเลงหมากรุก”
ที่ว่า “เดินผิด” ตาเดียว อาจทำให้ต้องพ่ายแพ้ทั้ง “กระดาน” คือแต่ละคำตอบซึ่งบังเกิดขึ้นตลอดสองรายทาง
ผิดในทาง “ยุทธศาสตร์” มิใช่พลาดในทาง “ยุทธวิธี”

