อีก 10 วันขั้นต่ำ โหวตเลือกนายกฯ
วันเวลาเร็วสุดคือ รุ่งขึ้น 17 สิงหาฯ กรณีรู้ผล สั่งคดีของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน โดยเฉพาะหากสั่งไม่รับปมข้อบังคับสภาว่าด้วยห้ามเสนอญัตติชื่อนายกฯซ้ำ ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่
เป็นเวลา 10 วัน ที่ทุกฝ่ายอึดอัด
เนื่องจาก แนวโน้ม ลากยาว มีถึง 2 ประตู ทั้งเรื่องคดี และปัญหาเสียงโหวตสนับสนุน
เพื่อไทยปล่อยมือก้าวไกล ถือใบเซอร์ความชอบธรรม ในฐานะพรรคอันดับสอง ตั้งตนเป็นแกนนำรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล
แต่ก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน เผลอๆ หนัก จุกกว่า คือถ้าจับมือก้าวไกลแน่น สองพรรครวมกัน 151+141 สองร้อยเก้าสิบสอง
ครองความเป็นฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
อีกขั้วฝ่ายสู้ไม่ได้ ดื้อตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ไปไม่รอด
แต่พอแยกตัวไม่ร่วมเอ็มโอยู การเมืองแบ่งเป็น 3 ก๊ก ทันที
เพื่อไทยกับอีก 6 พรรค เมื่อไม่ประกาศเปิดตัวทางการ
ดีลพรรคไหนมาร่วมบ้าง วันนี้เท่ากับ ก๊กแรกเพื่อไทยนำทีม เสียงจอดอยู่ที่ 161 (เดิม 8 พรรค 312 หักก้าวไกล 151) ก๊กที่สอง พรรครัฐบาลเดิม 188 และก๊กที่สาม “ก้าวไกล” ซึ่งเพื่อไทยและพรรคต่างๆ ลอยแพ โดดเดี่ยว
ก้าวไกล 151 เสียงนั้น คงไม่อยู่ในสูตรขั้วการเมืองใด
เหลือ 2 ก๊ก 2 ฝ่าย เท่านั้นที่อยู่ในสมการ
แบ่งหยาบๆ ฝั่งหนึ่งมี 161 บวกลบ อีกปีก 188
2 ฝ่ายนี้ต่อให้ไม่มีเงื่อนไขซึ่งกันและกัน เอาลุงไม่เอาลุง รวมกันทุกเม็ดทุกเสียงแล้ว ก็ยังได้แค่ 349
ขาดอีก 26 เสียง จะครบ 375 ตามเกณฑ์โหวตให้ความเห็นชอบนายกฯ
เมื่อถึงคราว ก้าวไกลนั่งบนภู ดูแย่งเค้ก
ถ้าเลาะตามสูตรที่ว่า 2 ขั้วฝ่ายนี้ ก็ต้องพึ่งบริการ ส.ว. และคงไม่มีปัญหา เมื่อมีพรรค 2 ลุงร่วมรัฐนาวาด้วย
แต่หากยืนอยู่บนฐานที่ว่า เพื่อไทยยืนยันคำไหนคำนั้น ไม่มี 2 ลุง ซึ่งหมายถึงพรรค
3 ก๊กภาคใหม่เกิดทันที ขั้วฝ่ายค้านเดิม–รัฐบาลเดิม และ ส.ว. 161:188:250
เกมไหลเข้าทางลุง บีบก็ตาย คลายก็รอด

