‘เพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ รหัส 212 สารตั้งต้นรัฐบาล ลุ้นมิติใหม่ผ่าทางตัน

8.08.23 | 12:21 น.
‘พท.-ภท.’รหัส212 สารตั้งต้นรัฐบาล ลุ้นมิติใหม่ผ่าทางตัน

หลังพรรคเพื่อไทยประกาศแยกทางกับพรรคก้าวไกล ฉีกเอ็มโอยู 8 พรรค เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม เพื่อไปจับขั้วใหม่ในการจัดตั้งรัฐบาล และเตรียมจะแถลงเปิดสูตรว่าจะมีพรรคไหนมาร่วมบ้างในวันที่ 3 สิงหาคม ด้วยเพราะรัฐสภานัดประชุมโหวตนายกฯอีกครั้งวันที่ 4 สิงหาคม ที่พรรคเพื่อไทยประกาศแล้วว่าจะเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ให้รัฐสภาเห็นชอบเป็นนายกฯ

แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้วินิจฉัยกรณีมติรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ว่าการเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โหวตเป็นนายกฯอีกครั้งตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ ถือเป็นญัตติซ้ำ ขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากวันที่ 3 สิงหาคม ไปเป็นวันที่ 16 สิงหาคม

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา จึงเลื่อนการประชุมวันที่ 4 สิงหาคม ออกไป เพื่อรอดูว่าศาลจะมีการพิจารณาและคำสั่งอย่างไรกับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน

พรรคเพื่อไทยจึงงดการแถลงเปิดตัวพรรคที่จะมาร่วมตั้งรัฐบาลตามสูตรใหม่

จากนั้นข่าวคราวการจับขั้วตั้งรัฐบาลก็ซาลงไปจากฉากหน้า ที่ปรากฏต่อสาธารณชนทั่วไป แต่หลังฉากกลับมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

Advertisement

เป็นความคึกคัก ในกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยถูกบีบอย่างหนักจากพรรคอื่นๆ ด้วยเมื่อพรรคเพื่อไทยประกาศแยกทางกับพรรคก้าวไกลแล้วทำให้อำนาจต่อรองลดลง

อีกทั้งหนทางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยก็คับแคบ มีเงื่อนไขปิดกั้นมากมาย โดยเฉพาะการประกาศไม่ร่วมกับพรรค 2 ลุง คือ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ
บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติ

แกนนำพรรคก้าวไกลก็รับรู้ว่าพรรคเพื่อไทยตกเป็นรองในเกมแห่งอำนาจ จึงเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยกลับมาคืนดีกับพรรคก้าวไกล นำเศษเอ็มโอยูที่ถูกฉีกไปมาปะติดใหม่ เพื่อร่วมกันสู้อีกครั้งในการผลักดันรัฐบาล 8 พรรค

แต่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทย จะเลือกทิ้งแล้วทิ้งเลย ไม่ย้อนกลับหลัง เดินหน้าจับขั้วใหม่

ล่าสุด แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เป็นสารตั้งต้นรัฐบาลสูตรใหม่ 141+71 = 212 เสียง

พร้อมแถลงการณ์ 5 ข้อ

1.ยึดวาระของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและประชาธิปไตย นำความปรองดอง สมานฉันท์กลับคืนสู่ประเทศ

2.จะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีในวาระแรก จะมีมติให้ทำประชามติขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการจัดตั้ง ส.ส.ร.

3.ดำเนินงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ สิ่งใดที่เป็นประโยชน์จะร่วมกันผลักดันให้สำเร็จ สิ่งใดที่เป็นปัญหาจะต้องถูกตรวจสอบและเร่งแก้ไขให้ถูกต้อง

4.จัดตั้งรัฐบาลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

5.การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้เปิดกว้างให้ ส.ส.และ ส.ว.มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการเลือกนายกฯ เพื่อผ่าทางตันระบบการเมืองของประเทศ และฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

หลังจากนี้ จะเดินหน้าทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในสังคม รวมทั้ง ส.ส.-ส.ว.เพื่อแสวงหาความร่วมมือ และกำหนดเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศ จึงร้องขอการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ทุกคน มาร่วมกันกอบกู้วิกฤตของประเทศในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม สารตั้งต้น 212 เสียง ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร 500 คน ยังขาดอีก 39 เสียง แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันกับพรรคภูมิใจไทยว่าขณะนี้ได้ประสานดึงพรรคอื่นมาร่วม และได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

คาดกันว่าพรรคที่จะมาร่วมในอันดับต่อไปคือ พรรคชาติไทยพัฒนา 10 พรรคประชาชาติ 9 พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 พรรคชาติพัฒนากล้า 2 พรรคเล็กอีก 6 พรรค 6 เสียง ได้ 241 ยังไม่พอ

ดังนั้น อาจดึงพรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียงจาก 25 เสียง มาร่วมด้วย

เป็น 21 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยืนขนาบข้าง เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ขณะให้สัมภาษณ์อย่างดุเดือด หลังการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ล่มอีกคราเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา

นั่นเท่ากับว่า สูตรใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะมี 262 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ยังห่างจาก 375 เสียงในการโหวตนายกฯถึง 113 เสียง

เป็นงานหินมาก ในการหาเสียงจาก ส.ส.จากพรรคอื่นที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ยิ่งเสียงจาก ส.ว.ก็ยาก เมื่อไม่มีพรรค 2 ลุง มาร่วมก็ไม่เสียง ส.ว.พ่วงมาด้วย

ดังนั้น แถลงการณ์ข้อที่ 5 ที่ระบุว่า “เปิดกว้างให้ ส.ส.และ ส.ว.มีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ เพื่อผ่าทางตันระบบการเมืองของประเทศ และฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบัน”

เป็นการเปิดทางอ้อนขอ ส.ส.พรรคอื่นๆ และ ส.ว.มาร่วมโหวตหนุนนายกฯจากพรรคเพื่อไทย

โอกาสที่พอจะเป็นไปได้คือเจรจาขอเสียงจากพรรคก้าวไกล 151 เสียง โดยอาจมีการต่อรองเงื่อนไขบางอย่างในการดำเนินงานทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีจุดยืนตรงกัน และการสนับสนุนร่างกฎหมายต่างๆ

หากพรรคก้าวไกลพร้อมโหวตให้นายกฯจากพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ เป็นการช่วยผ่าทางตันให้กับประเทศ นั่นจะเป็นมิติใหม่ทางการเมือง… แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ รอการประชุมโหวตนายกฯครั้งต่อไป