คำถาม ความคิด เพื่อไทย พลังประชารัฐ รากฐาน ‘ทฤษฎี’
การเสนอ “ทฤษฎี” ที่ว่าทุกพรรคการเมืองล้วนผ่าน “การเลือกตั้ง” มาแล้ว ย่อมสามารถจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ “ท้าทาย” และ “แหลมคม”
ท้าทายเพราะว่าหากยึดกุมความคิดนี้ก็ไม่เพียงแต่จะจับมือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ได้
แม้ “พลังประชารัฐ” หรือ “รวมไทยสร้างชาติ” ก็ไม่มีปัญหา
เพราะว่าพรรคพลังประชารัฐผ่านสนามเลือกตั้งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติก็สดๆ ร้อนๆ จากเดือนพฤษภาคม 2566
คำถามที่ตามมาก็คือ ทำไม “ประชาธิปัตย์” มีปัญหา
ที่คาราคาซังในเรื่องตำแหน่ง “หัวหน้าพรรค” ก็มีข้อเสนอในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยเป็นประเด็นหนึ่งมิใช่หรือ
นี่คือโจทย์ที่เสนอต่อพรรคเพื่อไทย
ถามว่าหากมีความเชื่อมั่นในทฤษฎีที่ว่า ทุกพรรคที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งย่อมสามารถร่วมรัฐบาลกันได้
ทำไมต้องมี “เงื่อนไข” กับ “ก้าวไกล”
ทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงตั้งแง่ ทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ยินยอม ทำไมพรรคชาติไทยพัฒนาก็มีประเด็น
รวมถึง “โจทย์” อันมาจากภายใน “250 ส.ว.”
และต่อมาได้กลายเป็น “เหตุผล” และเป็น “เครื่องมือ” ที่พรรคเพื่อไทยใช้เป็นอุปกรณ์ในการสะบั้นไมตรีกับพรรคก้าวไกล
นี่คือการสร้าง “จุดต่าง” รองรับ “การตัดสินใจ”
ความต่างในเรื่อง “นโยบาย” ความต่างในเรื่อง “แนวทาง” นี้เองที่กลายเป็นทั้ง
“อุปสรรค” และ “สะพานเชื่อม”
ไล่ลงไปให้ถึงแก่นก็คือ ความต่างในทาง “ความคิด”
การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่อันต่อเนื่องมาเป็นพรรคก้าวไกลจึงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอม เป็น “เอเลี่ยน” ในทางการเมือง
โดยเบื้องต้นอาจต่างจาก “พลังประชารัฐ” ต่างจาก “ภูมิใจไทย”
แต่เมื่อเข้าสู่ความร่วมมือและต่อสู้กันภายใต้ร่มเงาแห่ง MOU ก็เห็นว่ามีความแตกต่างในรายละเอียด
ไม่ว่า “ประชาชาติ” ไม่ว่า “เสรีรวมไทย”
และพลันที่พรรคเพื่อไทยผนึกพลังร่วมกับพรรคประชาชาติ พรรคเสรี
รวมไทย สะบั้น “ไมตรี” ต่อพรรคก้าวไกล
ก็สัมผัสได้ใน “ความต่าง” ที่มิอาจ “ประนีประนอม”
เกิดความโน้มเอียง เกิดแรงจูงใจให้พรรคเพื่อไทยต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มของพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ มากยิ่งขึ้น
จึงก่อเกิด “ทฤษฎี” ทะลวง “จุดต่าง” ให้พังทลายลง
ในโลกนี้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างเป็นนิรันดร์ ไม่ว่ามองผ่านชีวิต ไม่ว่ามองผ่านพรรคการเมือง
จำเป็นต้องจัด “ความสัมพันธ์” อยู่ตลอดเวลา
จำเป็นต้องปรับจุดต่างในทาง “จิตวิสัย” ที่มีอยู่ในตัวเราให้เข้ากับการดำรงอยู่จริงในทาง “วัตถุวิสัย” ที่แวดล้อม
ตรงนี้เองที่เกิด “ทฤษฎี” เพื่อรองรับ “การตัดสินใจ”

